ึ้นมาทันใด แม้แต่น้ำเสียงก็ยังหนักแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ท่านพ่อ ท่านบ้าไปแล้ว! นางคือชิงเกอ เป็นหลานสาวท่าน แม่หนูเฟิ่งของท่านน่ะ!” เขาคิดว่าท่านพ่อถูกผีเข้า ไม่งั้นคงไม่พูดจาเช่นนี้ออกมาแน่
“หึ! ข้าว่าเจ้าแหละบ้า! แม้แต่ลูกสาวตัวเองก็แยกแยะไม่ออก ยังมีหน้ามาบอกว่าเป็นพ่อของแม่หนูเฟิ่งอีกรึ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าแม่หนูเฟิ่งได้รับเคราะห์เช่นไร? เจ้ารู้ไหม!”
เมื่อนึกถึงใบหน้าหลานสาวสุดที่รักที่เสียโฉม เขาก็จุกขึ้นมาในลำคอทันใด ก่อนจะถลึงมองเฟิ่งเซียวด้วยดวงตาที่เปียกปอนน้อยๆ
“เจ้าเคยคิดหรือไม่ หากเฟิ่งชิงเกอในจวนผู้นี้เป็นตัวปลอม แล้วแม่หนูเฟิ่งตัวจริงอยู่ที่ใดเล่า? จะรับเคราะห์อยู่หรือไม่? จะทุกข์ทรมานอย่างไม่คาดคิดรึเปล่า? เจ้าไม่เคยคิด ถึงกับไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่ามีความเป็นไปได้นั้นเกิดขึ้น ขนาดข้าบอกเจ้า ก็ยังไม่ยอมเชื่อ เจ้าบอกสิ มีพ่อเช่นเจ้านี้ แม่หนูเฟิ่งของข้าจะกล้ากลับบ้านมาได้อย่างไร?”
“ท่านพ่อ สิ่งเหล่านั้นที่ท่านบอกเดิมทีก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ ข้ารู้แจ้งลูกสาวตัวเองดี นางอยู่ข้างกายข้าเสมอมา ก็ไม่มีตรงไหนที่ไม่ชอบมาพากล ท่านคิดว่าเรื่องพวกนั้นที่กล่าวมาจะเกิดขึ้นได้อย่างไร? ท่านพ่อ ท่านเหนื่อยเกินไปรึเปล่า? หรือว่าดื่มเหล้าเสียจนเมามาย? ให้ข้าประคองท่านกลับไปพักในเรือนไม่ดีกว่ารึ?”
เฟิ่งเซียวออกหน้าจะเข้าประคอง กลับนึกไม่ถึงว่าเขาจะสะบัดแขนเสื้อ แรงที่สะบัดมาผลักเขาถอยออกไปไกลหล