ใคร!
ทั้งสองคนเดินบนถนนอยู่นานนัก เมื่อใกล้ถึงประตูจวนตระกูลเฟิ่ง เธอก็หยุดฝีเท้าลง “ท่านกลับไปเถิด! ออกมาครั้งหน้าอย่าทิ้งพวกองครักษ์ตระกูลเฟิ่งล่ะ ไม่งั้นท่านจะลืมทางกลับอีกนะเจ้าคะ”
ผู้เฒ่าตระกูลเฟิ่งฟังแล้วรู้สึกแปลกใจ มองประตูจวนตรงหน้า ก่อนจะมองนางที่หันตัวกำลังจะไป เอ่ยถามอย่างแคลงใจ “เสี่ยวเฟิ่งเอ๋อร์ หลานไม่กลับบ้านกับปู่รึ? ยังจะไปไหนอีก?”
ขณะที่พูด ก็เร่งตามไปข้างกายนาง พลางสั่งสอนว่า “หลานคิดว่าผู้หญิงตัวคนเดียวจะออกไปโดยไม่ให้คนคอยติดตามได้อย่างไร? หากพบอันตราย ถูกคนลักพาตัวเข้าจะทำเช่นไร? ในบ้านเราเจ้าเป็นสมบัติอันล้ำค่าเพียงนี้ ถ้าถูกลักพาตัว จะให้พวกปู่ไปตามหาที่ใดเล่า?”
“ท่านไม่กลับไปรึเจ้าคะ?” เธอมองเขาด้วยสายตาผิดแปลก ในใจมีความกังวลเล็กน้อย เอาล่ะครั้งนี้ จะทำเช่นไรกับเขาดี?
ผู้เฒ่าเฟิ่งหรี่ดวงตาลงยิ้ม กล่าวอย่างเอาอกเอาใจ “หลานจะไปเดินเล่นไม่ใช่รึ? ปู่ไปเป็นเพื่อนเอง คอยปกป้องหลานได้ หนำซ้ำ ปู่เพิ่งจะเก็บตัวออกมาไม่กี่เดือน ยังไม่อยากรีบกลับเข้าบ้านขนาดนั้น”
เขาตบๆ น้ำเต้าเหล้าตรงช่วงเอว บอกว่า “เหล้านี่ก็ยังดื่มไม่หมดด้วย!”
มองประตูจวนตระกูลเฟิ่งที่อยู่เบื้องหน้าไม่ไกล แล้วมองท่านผู้เฒ่าข้างกาย เธอถอนหายใจอย่างไร้เสียง ถึงจะพาคนออกไป
ในจวนตระกูลเฟิ่ง
เมื่อเฟิ่งเซียวที่กำลังสนทนาอยู่กับมู่หรงอี้เซวียน ได้ยินรายงานของคนรับใช้ ก็ลุกยืนขึ้นมาทันที ตะคอกเสียงเข้มว่