ตัวเปิดทางให้นางเดินมาด้านหน้า
“คุณหนู? ที่คุณหนูเพิ่งพูดเป็นเรื่องจริงหรือขอรับ? ท่านรู้จักผู้เฒ่านั่นรึ? ดีเหลือเกิน! รบกวนท่านรีบพาเขาไปโดยเร็วเถิด ข้าปล่อยเขาทำเสียเวลาหากินมาทั้งวันแล้ว” เจ้าของร้านเหมือนเห็นขอนไม้ลอยมาช่วยชีวิต จึงออกหน้าพูดพร่ำเสียยืดยาว
เฟิ่งจิ่วโยนก้อนเงินออกไป “นี่ค่าเหล้า” ถึงจะหันมองท่านผู้เฒ่าเฟิ่ง
ผู้เฒ่าเฟิ่งที่ยืนอยู่ตรงประตู ตั้งแต่เฟิ่งจิ่วเดินออกมา สองตาก็กลอกมองบนตัวนาง เวลานี้เห็นนางมองมา จึงคลี่ยิ้มออกอย่างอดไม่ได้ มุ่ยปากด้วยอารมณ์ที่มีความซุกซน สีหน้าเบื่อหน่าย ก่อนจะเอ่ยถามอย่างสงสัยมากๆ “เสี่ยวเฟิ่งเอ๋อร์ ทำไมหลานหาปู่เจออีกแล้วล่ะ?”
เสี่ยวเฟิ่งเอ๋อร์ ทำไมหลานหาปู่เจออีกแล้วล่ะ…
เฟิ่งจิ่วตกใจเล็กน้อย ยืนอยู่ในนั้นมองท่าทางเขาที่มุ่ยปากหมดสนุกอย่างตกตะลึง เห็นบนใบหน้ามีความเบื่อหน่ายที่ถูกหาตัวเจอ แต่ในดวงตากลับยังมีความสุขสนุกสนานที่ไม่อาจปิดบังได้เอ่อล้นอยู่
คำพูดประโยคนี้อยู่ในหัวเพราะเขา หวนนึกถึงวัยเด็กของสองคนปู่หลานที่มักจะเล่นซ่อนหากันบ่อยๆ
ทุกครั้งที่โดนเจอตัว เขาจะเอ่ยถามอย่างสงสัยและหมดสนุกเช่นนี้ ‘เสี่ยวเฟิ่งเอ๋อร์ ทำไมหลานหาปู่เจออีกแล้วล่ะ?’
หัวใจหดหู่น้อยๆ รอบตาร้อนผ่าวหน่อยๆ ชั้นละอองน้ำที่ไม่อาจควบคุมได้เอ่อล้นขึ้นดวงตา สายตาเธอจึงพร่ามัว
เพราะเขาดูออกในแวบเดียว ซ้ำยังเรียกเธอว่าเสี่ยวเฟิ่งเอ๋อร์ มันช่างมีผลกระทบต่อหัวใจโดย