ล้ทีละก้าวๆ พลางซักไซ้ไถ่ถาม “รู้หรือไม่ว่าแผลเป็นนี้ข้าได้มาอย่างไร? ข้าจะบอกท่าน ว่าเป็นลูกชายท่าน ญาติผู้พี่ของข้า ใช้มีดแทงเข้ามาทิ้งรอยไว้จากด้านหลัง!”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ผู้คนต่างสูดหายใจด้วยสายตาเหลือเชื่อ นิ่งเงียบกันถ้วนหน้า ทั้งหมดล้วนกลั้นหายใจขึ้นมา เงียบงันเสียจนได้ยินเสียงเข็มตกลงพื้น
“เจ้าพูดเหลวไหล!”
ผู้นำตระกูลกวนร้องตะโกนลั่น โกรธเคืองเสียจนร่างกายสั่นเทา ทว่าในใจกลับมีเสียงหนึ่งกำลังบอก ว่านี่เป็นเรื่องจริง ไม่เช่นนั้น เขาไม่กล้าพูดออกมาต่อหน้าคนตั้งมากมายเช่นนี้
ผู้เฒ่ากวนดวงตาหม่นหมอง แทบจะเป็นลมล้มไปเพราะเรื่องนี้ พี่น้องเข่นฆ่ากัน อัปยศ น่าอัปยศยิ่งนัก!
“ข้าพูดเหลวไหลรึ?”
กวนสีหลิ่นผูกผ้าคาดเอว เอ่ยว่า “เมื่อครู่เขาก็มีดสั้นมาจะฆ่าข้าจากด้านหลังไม่ใช่รึ? หรือท่านจะทำเหมือนทุกคนตาบอดกันหมด? ตระกูลกวนเช่นนี้ ท่านคิดว่าข้ายังอยู่ต่อได้อีกหรือ? หากอยู่ต่อ จะหมายหัวให้ถูกฆ่าวันไหนก็ยังไม่รู้เลย”
เขามองไปที่ผู้เฒ่ากวน “วันนี้ที่ข้าขอถอนตัวจากตระกูลก็แค่มาบอกกล่าวไว้ ไม่ใช่จะให้พวกท่านอนุญาต กฎระเบียบของตระกูลกวนอะไรนั่น ตั้งแต่เวลานี้ไปจะใช้กับข้าไม่ได้แล้ว! เชิญพวกท่านอยู่สั่งสอนเด็กๆ ในตระกูลกันให้ดีๆ เถิด!”
เดินก้าวยาวไปหาเฟิ่งจิ่ว กล่าวว่า “น้องหญิง พวกเราไปกันเถอะ!”
ผู้คนมองหน้ากันไปมา ต่างนึกไม่ถึงโดยสิ้นเชิง ว่างานประลองคัดเลือกตระกูลกวนจะกลายเป็นเช่นนี้