้าคิดเคลื่อนขยับตาม ก็เห็นเงาร่างสีดำเดินเข้ามา ยื่นมือขวางไว้เบื้องหน้า แล้วเอ่ยปากกล่าวเตือน “ออกไปห่างๆ คุณหนูข้านะ!”
ชายผู้นั้นขมวดคิ้ว กำลังจะปริปาก ได้ยินเสียงร้องลั่นลอยมาจากบนเวที จึงหันกลับไปมองอย่างอดไม่ได้ พอเห็นก็ตกตะลึงน้อยๆ
สองคนบนเวทีเริ่มสู้กันขึ้นมา ก็คือกวนสีหลิ่นกับกวนสีหร่วน แต่ว่า ท่วงท่าบนตัวกวนสีหลิ่นไยจึงแข็งแกร่งเช่นนั้น? แม้แต่พวกเขาที่อยู่ล่างเวทีนี้ยังรู้สึกถึงกลิ่นอายน่าดึงดูดบนร่างได้
ไม่น่าแปลก ที่กวนสีหร่วนผู้นั้นจะถูกชกเข้าดวงตาเสียจนถอยกลับไปร้องโอดครวญด้วยความอับอาย ก่อนจะมองไปยังท่านพ่อและเหล่าท่านผู้นำตระกูลแถวหน้า เป็นไปตามคาด เห็นบนใบหน้าพวกเขาแต่ละคนต่างมีความประหลาดใจที่ยากจะเก็บซ่อน
“ปังๆๆ!”
ขณะที่กวนสีหร่วนกุมดวงตาส่งเสียงคร่ำครวญถอยหลังไป กวนสีหลิ่นกลับไม่หยุดโจมตี แต่สาวก้าวยาวเข้า ย่อช่วงล่างลงเล็กน้อย แล้วชกออกไปพร้อมกันรวดเดียวสามหมัด กำปั้นที่แฝงกลิ่นอายพลังเร้นลับชกเข้าบริเวณท้องอย่างรุนแรง ทำให้เขาไม่มีแม้แต่โอกาสจะสวนกลับ ถึงกับมีเลือดไหลออกมุมปากเพราะเหตุนี้
สีหน้าผู้นำตระกูลกวนล่างเวทีหมองหม่นเคร่งขรึม แววตาเฉียบแหลมจ้องมองกวนสีหลิ่นบนเวทีที่ย่างก้าวมั่นคงและออกหมัดอย่างมีพลังซ่อนเร้น น่าแปลกอยู่บ้างที่เขาสามารถพัฒนาพละกำลังได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่เดือน
หนำซ้ำ กลิ่นอายพลังเร้นลับบนร่างที่ปะทุออกมาระหว่างการต่อสู