ระเจิง พึมพำเสียงเบาอย่างอดไม่ได้ “มองผิดเสียแล้ว… มองผิดไปแล้วจริงๆ…”
ตอนนี้เคอซินหย่ามองกวนสีหลิ่นบนเวทีด้วยความตกใจ ร่างกายสั่นเทิ้มเล็กน้อย และไม่กล้าเชื่อภาพที่เห็นตรงหน้าอยู่บ้าง
เขาแข็งแกร่งขนาดนั้นได้เช่นไร? ไยจึงมีกำลังมากขึ้นถึงเพียงนั้น?
ที่ข้างๆ ด้านล่างเวที เมื่อผู้เฒ่ากวนที่ตามเข้ามาเห็นกวนสีหลิ่นบนเวทีกล้าหาญองอาจท่าทางเยือกเย็น เหมือนจะนึกถึงลูกชายที่เก่งกาจที่สุดผู้นั้นขึ้นมา สองดวงตาชราภาพตื่นตะลึงเป็นที่สุด จึงมองเรือนร่างกำยำน่าดึงดูดบนเวทีนั้น ด้วยความสับสันอย่างมากในชั่วขณะหนึ่ง
และในเวลานี้เอง ร่างกวนสีหลิ่นก็โจมตีออกไปทันที ความรวดเร็วนั้น สร้างภาพลวงตาออกมาหลายเงาร่างอยู่บนเวที
ร่างเขาพลันพุ่งไปด้านหน้า ระหว่างที่โน้มตัวออกไป มือหนึ่งก็คว้าข้อมือกวนสีหร่วนที่ถือกระบี่ไว้ ออกแรงหักลง ขณะที่เสียงกร๊อบดังขึ้น ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องดังลอยตามมา
“ซี๊ดอ๊าก!”
“แกร๊ง!”
กระบี่ในมือกวนสีหร่วนร่วงหล่นลงบนเวที ส่งเสียงดังก้องกังวาน
ผู้คนด้านล่างก็ลุกยืนขึ้นมาอย่างตะลึงงัน มองกวนสีหลิ่นด้านบน ในดวงตามีความเหลือเชื่อเป็นที่สุด
“ย้ายร่างสลับเงา!”
“เขาได้ฝึกฝนวิชาย้ายร่างสลับเงาแล้วรึ!”
ในใจเหล่าผู้นำตระกูลทั้งตะลึงและประหลาดใจ ไม่มีใครสนใจที่เขาบิดหักข้อมือกวนสีหร่วน ที่สนใจก็คือ กระบวนท่าย้ายร่างสลับเงาที่เขาได้ฝึกฝนมาอย่างคาดไม่ถึง! ท่วงท่าเช่นนั้น แม้แต่พวกเขาก็ยังไม่