ยังมีความรู้สึกผิดอยู่บางส่วน
นึกว่าเขาตายแล้ว! ในสถานที่เช่นป่าเก้าหมอบ เขาที่บาดเจ็บหนักไม่อาจมีชีวิตต่อไปได้แน่ แต่ทำไมยังไม่ตายเล่า? ทำไมไม่มีใครบอกเขาว่ากวนสีหลิ่นยังมีชีวิตอยู่?
ยังมีอีกคนหนึ่งที่เสียสติไปเช่นกัน ก็คือเคอซินหย่า
แทบจะในเวลานั้นที่เห็นกวนสีหลิ่น ทั้งตัวนางก็ลุกยืนขึ้นตามสัญชาตญาณ มีทั้งความตกใจ ความขุ่นเคือง และยังมีใจที่หยิ่งทระนง
นางนึกว่ากวนสีหลิ่นมาร่วมการประลองตระกูลกวนเพราะตัวเอง เพราะตัดใจไม่ได้ เพราะในใจยังคิดถึงกัน จึงยิ่งปรนเปรอหัวใจหยิ่งยโสนี้อย่างมากล้น
ขณะเดียวกันก็โกรธเคือง คิดว่าเขามาเพื่อทำให้นางอับอาย เดิมทีนางเป็นคู่หมั้นเขา แต่ตอนนี้ กลับกลายเป็นภรรยาพี่ชายเขาเสียแล้ว
สองชายหนุ่มทั้งบนและล่างเวที นางเกรงว่าตัวเองจะไม่อาจยอมรับสายตาคนอื่นที่มองมาราวกับชมการแสดงปาหี่ได้
เพราะคำอุทานของกวนสีหร่วนบนเวที และอาการเสียสติของเคอซินหย่า ผู้คนล่างเวทีจึงแปลกใจกันเล็กน้อย ก่อนจะหันมองไปตามสายตา
พอเห็นก็ทั้งประหลาดใจและตะลึงในความงามอยู่บ้าง ความรู้สึกแรกเป็นเพราะชายหนุ่มอกสามศอกที่สูงใหญ่กำยำ ส่วนอย่างหลังเป็นเพราะสาวน้อยชุดขาวที่ผูกผ้าคลุมหน้าและเดินตามอยู่ด้านหลังชายหนุ่ม
เหล่าผู้นำตระกูลก็เงียบงันไปชั่วขนณะ มีเพียงพวกลูกชายที่นั่งอยู่แถวหลังพวกเขา หลังจากพินิจมองกวนสีหลิ่น สายตาที่ตื่นตาในความงามต่างก็จับจ้องบนร่างสาวน้อยชุดขาว ทุกคนล้วนไม่อาจปิดบัง