เช่นนั้น
“คุณชาย คุณชายสีหลิ่น” องครักษ์นายนั้นที่เฝ้าประตูเร่งรีบออกหน้ามาทำความเคารพ มองเขาด้วยสายตาแปลกใจอยู่ไม่นิ่ง ซ้ำยังแอบๆ พินิจมองสาวน้อยชุดขาวข้างกายที่ท่วงท่าโดดเด่นเป็นที่สุด
ทุกคนในจวนต่างบอกว่าเขาตายแล้ว แต่ทำไมยังมีชีวิตกลับมาได้เล่า?
“การประลองเริ่มแล้วรึ?”
กวนสีหลิ่นมองเขาพลางถามเสียงเข้ม เวลานี้ ทั่วกายมีกลิ่นอายสงบเงียบที่หยาบกร้านเด็ดเดี่ยวกระจายอยู่ ลำพังแค่กลิ่นอายบนร่างที่เปลี่ยนไป ก็เทียบไม่ได้กับตัวเขาเมื่อหลายเดือนก่อน
“ระ เริ่ม เริ่มแล้วขอรับ” ภายใต้ความรู้สึกกดดันที่แผ่ออกจากร่าง องครักษ์นายนั้นก็มีเหงื่อไหลออกมากลางหน้าผากอย่างอดไม่ได้
ได้ยินเช่นนี้ กวนสีหลิ่นจึงสาวเท้าก้าวเดินไปด้านใน เฟิ่งจิ่วด้านหลังเคลื่อนก้าวเดินตามเข้าไปเบาๆ ส่วนเหลิ่งซวงก็เฝ้าอยู่ข้างกาย
หลังจากรอพวกเขาเข้าไป องครักษ์นายนั้นก็อดไม่ได้ที่จะปาดเหงื่อ พึมพำเสียงเบาว่า “ทำไมเพิ่งหายไปไม่กี่เดือน กลิ่นอายบนตัวคุณชายสีหลิ่นถึงเปลี่ยนไปเสียจนน่าสะพรึงเช่นนั้น?”
นึกถึงเคอซินหย่าที่แต่งงานกับคุณชายหร่วน ในใจองครักษ์ก็สงสัยอยู่เล็กน้อย คุณชายสีหลิ่นกลับมาแล้ว หากรู้ว่าคู่หมั้นกลายเป็นภรรยาคุณชายหร่วน จะเป็นเช่นไรกัน?
น่าเสียดายที่ต้องเฝ้าอยู่ตรงประตู ไม่อาจลองเข้าไปดูสถานการณ์ได้ ไม่เช่นนั้น เขาล่ะ อยากลองตามเข้าไปดูเสียจริงเชียว
ส่วนที่ด้านใน ล่างเวทีการประลอง ที่นั่งอยู่แถวหน้าล้วนเป็นบุ