ูดนุ่มนวลที่มีความกล่าวฟ้องอย่างคับข้องใจ ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะอยากปกป้องอยู่เบื้องหน้า เพื่อเป็นที่พึ่งให้นางบ้าง
พอเห็นน้องสาวสุดที่รักมาหลบอยู่ด้านหลังเขา แล้วใช้น้ำเสียงน้อยใจกล่าวฟ้องถึงการกระทำไร้มารยาทของหญิงผู้นั้น กวนสีหลิ่นจึงถลึงตามองแรง ยืดผายแผ่นอก สองมือยกขึ้นเท้าสะเอว
“เจ้าคิดจะทำอะไร? ไยจึงหยาบคายเช่นนี้? ไหนว่าเป็นลูกสาวแม่ทัพเฟิ่ง? แม่ทัพเฟิ่งชื่อเสียงเกรียงไกร จะสั่งสอนลูกสาวที่ไร้มารยาทเช่นเจ้าได้เยี่ยงไร? ข้าว่าเจ้าเป็นของปลอมแน่แล้ว!”
เสียงเขาดังมาก ในความหยาบกระด้างยังมีความอาจหาญ พอสิ้นสุดน้ำเสียง ก็ไม่รอให้เฟิ่งชิงเกอตอบโต้ เห็นคนรอบด้านมามุงดูกันไม่น้อย จึงเอ่ยเสียงดังลั่น “ท่านทั้งหลาย พวกท่านลองมาคิดดู ผู้หญิงคนนี้ไร้มารยาทใช่หรือไม่? พวกเรากับนางหาได้รู้จักกัน นางเข้ามาก็ตบข้าทีหนึ่ง ซ้ำยังจะดึงผ้าคลุมหน้าของน้องสาวข้าอีก พวกท่านคิดว่านางระรานเกินไปหรือไม่เล่า?”
เพราะเขาผายอกขึ้นขวาง เฟิ่งชิงเกอจึงไม่ถอยไม่ได้ แต่พอฟังคำพูดนั้น ในใจก็ยิ่งโกรธเคืองอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเห็นผู้คนรอบข้านมากมายต่างชี้มือชี้ไม้มาที่นาง ส่วนมู่หรงอี้เซวียนที่นางนึกถึงอยู่ตลอด เวลานี้กลับกำลังมองสาวน้อยชุดขาวที่หลบอยู่หลังพี่ชายด้วยท่าทีหลงใหล ขณะที่ไม่ออกมายืนพูดให้นางสักประโยค ก็ยิ่งรู้สึกอับอายขายหน้า
นางมองเขาแวบหนึ่งด้วยความน้อยใจและเจ็บใจ เบ้าตาแดงน้อยๆ ก่อนจะปิดหน้าเร่ง