ายดาย
“วิ่งสิ? ทำไมไม่วิ่งแล้วเล่า? หากแม้แต่เจ้าก็ยังจับไว้ไม่ได้ กลับไปจะไม่ถูกพวกเขาหัวเราะเยาะเอารึ?”
องครักษ์ชุดดำยิ้มเยือกเย็น จับกระบี่โจมตีออกไปอีกครั้ง เป้าหมายเพื่อแทงที่ขาซ้ายเขา แต่ใครจะรู้ เงาร่างเด็กหนุ่มที่เดิมทียังอยู่ด้านหน้ากลับแวบหลบการโจมตี แม้จะอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่เขาไม่อาจโต้ตอบ มือที่จับกระบี่ก็ถูกสองมือเขาจับหักฟันไปที่ลำคอ
“ซี๊ด!”
“อ๊าก!”
องครักษ์ชุดดำผู้นั้นมาทันแค่ส่งเสียงสูดหายใจอย่างเหลือเชื่อ เห็นกระบี่ที่จับไว้ในมือถูกเขาตวัดฟันไปที่ลำคออย่างปุบปับ ความเร็วนั้น ทำให้อีกคนหนึ่งเข้ามาห้ามไว้ไม่ทัน
“ปัง!”
พอมีเสียงล้มหนักๆ ทั้งร่างองครักษ์ชุดดำก็ล้มลงไป สองดวงตาที่มีความไม่ยอมเบิกอ้ากว้าง บริเวณลำคอ บาดแผลที่ถูกฟันมีเลือดพวยพุ่งราวกับน้ำพุเลือด มันย้อมพื้นเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว
เหลิ่งหวาเหมือนจะตกใจกับการโต้กลับตามสัญชาตญาณของตัวเอง เขาไม่เคยฝึกฝนวิชา มีแค่ไทเก๊กที่ร่ำเรียนกับนายท่าน เวลาช่วงนี้ก็รำไทเก๊กทุกเช้าเย็น จนกระบวนท่ามือซึมเข้ากระดูกดำ ในยามเผชิญหน้าอันตราย จึงแทบจะใช้ไทเก๊กมาป้องกันตัวจากสัญชาตญาณ
เขารู้ว่าหากไม่ฆ่าชายชุดดำอีกคนเสีย ก็หนีไปไม่พ้นแน่ ดังนั้น เขาจึงยอมแพ้ที่จะวิ่งหนี และหันมององครักษ์ชุดดำที่สีหน้าตื่นตะลึง ค่อยๆ โน้มตัวลง ยกสองมือขึ้นน้อยๆ และแอบท่องคาถาไทเก๊กไว้ในใจ
ผ่อนสองไหล่โน้มตัวเหยียดคอตามแนวสันหลัง ยืดอกออกปล่อยลมลงหยั