โผผ่านกลางป่าต้นท้อราวกับนางฟ้าท่ามกลางดอกไม้ ก่อนจะหายตัวไปในป่าต้นท้อทันที
กลับมาถึงรอบใน นางเก็บผ้าคลุมหน้าลงพลางฮัมเพลงด้วยอารมณ์เปรมปรีดิ์ กระโดดเหยียบเบาๆ ไปบนหินปูทางที่ใต้เท้า เมื่อมาถึงด้านใน พบชายชราท่านนั้นยังกวาดพื้นอยู่ จึงหยุดลงมองเขาแวบหนึ่ง แล้วเดินเหยียบหินเข้าไปด้านในต่อ
รอเงาร่างสีแดงนั้นเดินไปด้านใน ชายชราที่กวาดพื้นอยู่ถึงเงยหน้าขึ้น มองไปทางนางแวบหนึ่ง แววตาสั่นไหวน้อยๆ ทว่าท่าทางกลับยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ก่อนจะก้มหน้ากวาดพื้นต่อไป
ในตอนเที่ยงเหลิ่งซวงก็กลับมาแล้ว ราวกับไม่วางใจที่ปล่อยนางอยู่ในเวิ้งสวนท้อตัวคนเดียว ด้วยเหตุนี้ หลังจากส่งข่าวจึงรีบกลับมาแทบจะทันที
เฟิ่งจิ่วทิ้งเพลงกระบี่ให้นางไว้เล่มหนึ่ง ให้นางหมั่นเพียรฝึกฝนวิชา ส่วนตัวเองก็ย้ายพวกยาเข้าห้องแล้วปิดประตู บางคราพอปิดประตูทีหนึ่ง ก็ปิดไปเลยทั้งวัน แม้แต่ข้าวยังไม่ยอมออกมากิน
ชีวิตในเวิ้งสวนท้อผ่านไปอย่างเงียบสงบสบายใจ บางเวลาเฟิ่งจิ่วก็บดผสมยา บางเวลาก็ฝึกฝนวิชา วันคืนจึงผ่านไปอย่างวุ่นวายและมั่งคั่ง
ไม่มีใครรู้ว่าตั้งแต่นางมาถึงเวิ้งสวนท้อ ในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนวรยุทธ์ก็ก้าวหน้าถึงระดับปรมาจารย์นักรบพลังเร้นลับขั้นกลางแล้ว
คนอื่นๆ ต้องเสียเวลากันเป็นสิบปีหรือมากกว่านั้น ถึงจะได้ระดับที่ฝึกฝน เธอแค่ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ก็ก้าวหน้าขึ้นหลายขั้นติดต่อกัน
ทว่าเธอในตอนนี้กลับไม่รู้ ว่าในเรือนที่กวน