จตัดใจลาจาก งั้นก็อยู่ต่อไปเถอะ!”
ชายชราชุดเทานิ่งงัน มองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะกวาดพื้นต่อไป โดยไม่ปริปากอีก
เฟิ่งจิ่วหันตัวจากไปอย่างไม่สนใจนัก และหลังจากนางจากไป ชายชราชุดเทาก็หยุดมือลง หันมองตามทิศทางที่นางจากไปแวบหนึ่ง แล้วดึงสายตากลับมากวาดพื้นต่อ
ขณะที่มู่หรงอี้เซวียนมาถึงอารามสวนท้อพร้อมกับเฟิ่งชิงเกอ ถึงรู้ว่าเจ้าของใหม่ของอารามสวนท้อได้สั่งปิดภูเขาไว้สามวัน
เห็นเช่นนี้ เขาจึงมองที่เฟิ่งชิงเกอข้างกาย เอ่ยว่า “พวกเรามาไม่ถูกเวลา ภูเขาถูกปิดสามวัน ทำได้เพียงมาอีกครั้งในอีกสามวันให้หลัง”
เพราะภูเขาปิด นางจึงไม่ค่อยมีความสุขสักเท่าไหร่ “อีกสามวันให้หลังท่านพี่ยังจะมากับข้าหรือไม่เจ้าคะ? หากถึงเวลานั้นแล้วท่านบอกว่าไม่ว่างจะทำเช่นไร?”
ได้ฟังนางพูดเช่นนี้ เขาก็ยิ้มน้อยๆ เอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า “ไม่หรอก ในเมื่อพี่รับปากเจ้า ก็ต้องทำให้ได้”
“ไม่ได้นะ ไหนๆ มาแล้ว แม้จะเข้าไปที่ภูเขาไม่ได้ งั้นพวกเราก็เดินวนรอบๆ ดีไหมเจ้าคะ?” ระหว่างพูด นางก็กอดแขนเขาไว้ กล่าวว่า “ท่านพี่มู่หรง ท่านลองไปเดินกับข้าเถอะเจ้าค่ะ!”
“ก็ได้” เขาพยักหน้า ถึงจะตอบรับไป
ได้ยินคำพูดนี้ เฟิ่งชิงเกอช่างเปรมปรีดิ์ยิ่งนัก จึงพูดอย่างชอบใจว่า “ท่านพี่มู่หรง ท่านช่างดีเสียจริง!”
มู่หรงอี้เซวียนยิ้มๆ ไม่พูดอะไรมาก เพียงเดินก้าวช้าๆ ไปกับนาง เพื่อเชยชมทิวทัศน์ภูเขา
อาจเพราะรู้สึกถึงความเย็นชาของเขา เฟิ่งชิงเกอจึงกังวลใจน้อยๆ ฝ