คนที่กำลังโห่ร้อง กล่าวด้วยเสียงทุ้มเข้มว่า “อยากเข้าไปต้องจ่ายเงิน ถ้าไม่ยอมจ่ายก็ไปอยู่ข้างๆ ซะ!”
คนพวกนั้นถูกพูดเสียขนาดนี้ จะไม่ยอมรับว่าตัวเองไม่ยอมเสียเงินเป็นธรรมดา เช่นนั้น จึงล้วงเงินออกมาทั้งใบหน้าแดงก่ำ ถึงจะเข้าป่าต้นท้อไปอย่างขุ่นเคือง
เฟิ่งชิงเกอที่อยู่ไม่ไกลจูงมือมู่หรงอี้เซวียนไว้ พอเห็นภาพตรงหน้านั้น ก็พูดด้วยความสงสัยเล็กน้อย “อารามสวนท้อเปลี่ยนเจ้าของเสียแล้วรึ? ไหนบอกว่าที่นี่เป็นที่ส่วนบุคคล จึงไม่ขายไม่ใช่หรือ? ผู้ใดมีความสามารถขนาดนั้น ถึงสามารถซื้อที่นี่ได้?”
ทว่าสายตามู่หรงอี้เซวียนกลับจับจ้องไปบนอักษรที่ดูโอหังเอาแต่ใจ เขียนไว้ว่า ‘เวิ้งสวนท้อ’ ดวงตาเป็นประกายน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยชมอย่างอดไม่ได้ “เขียนได้ดี!”
ตัวอักษรปราดเปรียวเรียบง่าย มีพลังที่ช่างรุนแรงเอาแต่ใจ ลำพังเห็นแค่ตัวอักษร ก็รู้ได้ว่าคนผู้นั้นต้องเป็นคนที่เอาแต่ใจและรักอิสระ พอคิดดู คนที่เขียนคำเวิ้งสวนท้อนี้ คือเจ้าของคนใหม่ของเวิ้งสวนท้อนี้เป็นแน่
หนำซ้ำ ตามข่าวเหมือนจะบอกว่า เจ้าของคนใหม่ของเวิ้งสวนท้อเป็นภูตหมอผู้ลึกลับที่ช่วงนี้ได้ยินกันเพียงชื่อเสียงแต่กลับไม่มีใครเคยเห็น
ได้ฟังคำชมที่จริงใจ เฟิ่งชิงเกอก็มองตามสายตาเขาไป จึงเห็นว่าอักษรเวิ้งสวนท้อนั้นช่างมีชีวิตชีวา โอหัง และเอาแต่ใจเสียจริง แม้นางจะไม่ชำนาญด้านอักษรก็ไม่อาจไม่ยอมรับ ว่าอักษรเหล่านั้นเขียนได้ดีมาก
“พวกเราไปกันเถอะ!”
มู่หรงอี้เ