มออกมา “เสียวจิ่ว ขอบคุณนะ”
“ท่านเป็นพี่ชายข้า ยังต้องขอบคุณอะไรอีกเล่า? ดีล่ะ ท่านกลับห้องไปฝึกวิชาเถอะ! ในขณะที่แขนยังไม่หาย ฝึกวิชาพลังภายในให้ดีเสียก่อน พอถึงเวลาก็จะเสียแรงน้อยแต่ได้ผลมากยิ่ง”
“ได้สิ งั้นข้ากลับห้องก่อนนะ” เขาลุกยืนขึ้น ถึงจะเดินเข้าไปในห้อง
วันต่อมา ทั้งสงบเงียบและวุ่นวาย กวนสีหลิ่นยุ่งอยู่กับการฝึกฝนพลังภายใน ส่วนเฟิ่งจิ่วก็วุ่นอยู่กับการฝึกวิชา ปรับปรุงตัวยา เพราะวันคืนที่ยุ่งยาก เวลาจึงผ่านไปเพียงชั่วพริบตา
ระหว่างที่ไม่ทันรู้ตัว พวกเขาก็อยู่เมืองอวิ๋นเยวี่ยมาเป็นเวลาสองเดือนแล้ว
หนำซ้ำ ด้วยวิธีการแลกเปลี่ยนซื้อขาย ไม่ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนยาที่ต้องการก็รวบรวมมาครบ ใช้เวลาอีกหนึ่งเดือนครึ่ง เธอจึงรักษาแขนพี่ชายจนหายดี
เวลาสองเดือนนี้ ทำให้ชื่อเสียงของเธอในเมืองอวิ๋นเยวี่ยค่อยๆ แพร่สะพัดไป โดยไม่มีเหตุผลแน่ชัด เพราะต่อให้เป็นคนที่ไม่เคยไปตลาดมืดก็ยังรู้ ว่าในเมืองอวิ๋นเยวี่ยมีภูตหมออยู่ท่านหนึ่ง ไม่เพียงมีฝีมือการรักษาที่ยอดเยี่ยม ซ้ำยังชำนาญเรื่องการยา
เป็นดั่งเทพมังกรที่เห็นหัวไม่เห็นหาง ได้ยินเพียงชื่อเสียงภูตหมอ แต่กลับไม่เคยเห็นหน้าค่าตา
ทั่วทั้งเมืองอวิ๋นเยวี่ย หากจะมีคนที่รู้ว่าท่านภูตหมอคือใคร? ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นผู้ดูแลตลาดมืด ทว่า ตลาดมืดก็มีอำนาจที่ไม่ธรรมดาอยู่ อิทธิพลของตลาดมืดแพร่กระจายไปหลายแว่นแคว้น ต่อให้เป็นเจ้าผู้ครองแคว้นแสงสุริยันก