ั้น ใบหน้าเกลี้ยงเกลานี้ก็มากพอจะเรียกปัญหามาได้ไม่น้อยเลย
เธอก้าวยาวเดินกลับไปข้างกายสาวน้อยชุดดำ มองนางด้วยแววตาที่เผยความซุกซน “จะมอบค่ำคืนอบอุ่นให้ข้าจริงรึ?”
“ขอแค่ท่านช่วยชีวิตน้องชายข้า ชีวิตนี้ล้วนเป็นของท่าน จึงไม่ต้องพูดถึงเรือนร่างกายนี้เลยเจ้าค่ะ”
นางแสดงท่าทีเมินเฉยอย่างมาก ราวกับไม่สนใจอะไรเลย แต่เพราะการเข้าใกล้ของเฟิ่งจิ่วทำให้ร่างกายตึงเกร็ง รวมถึงมือที่กำขึ้นเบาๆ กลับบอกเฟิ่งจิ่ว ว่านางไม่ได้ไม่ถือสาอย่างที่แสดงออกมา
ก็ใช่สิ เด็กสาวคนไหนจะให้ค่ำคืนอันอบอุ่นกับคนอื่นตามอำเภอใจโดยไม่ถือสาบ้าง? ซ้ำยังมอบชีวิตตัวเองให้ตามใจชอบอีก?
เธอมองลึกไปที่นางแวบหนึ่ง มุมปากยกขึ้นน้อยๆ “นำทางซิ!”
“เจ้าค่ะ”
ดวงตาสาวน้อยหลุบลงขานรับ ถึงจะนำพาเธอไปยังสถานที่พักอาศัยของตน
ครึ่งชั่วยามให้หลัง
เฟิ่งจิ่วมองบ้านตรงหน้าที่ซอมซ่อเสียจนลมพัดก็แทบจะล้ม ก่อนจะมองสาวน้อยชุดดำที่เปิดประตูเร่งฝีเท้าเดินเข้าไป แล้วค่อยสาวเท้าเดินตาม พอเข้าด้านในก็เห็นเด็กหนุ่มนอนอยู่บนเตียงไม้
สาวน้อยชุดดำนำผ้าล้างน้ำให้เขาเช็ดหน้าผากและฝ่ามือ จากนั้นจึงมองที่เฟิ่งจิ่ว “เขาคือน้องชายข้า สองวันก่อนหลังทานยาก็กระอักเลือดหมดสติไปเจ้าค่ะ”
เฟิ่งจิ่วเดินไปข้างหน้า เห็นเด็กหนุ่มซูบผอมเสียจนปลายคางคมชัด สีหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด มองเพียงแวบเดียว ก็ยื่นมือไปจับข้อมือเรียวเล็กเพื่อคลำชีพจร
ดึงมือกลับ แล้วสั่งการว่า “ถอดเสื้