จ้าคิดจะปล้นข้า?” ระหว่างที่พูด เธอก็หันตัวกลับไป
เงาร่างสีดำเดินออกมาจากด้านหลัง เป็นสาวน้อยหน้าคล้ำผู้นั้นเอง นางมองร่างสีแดงเบื้องหน้า ริมฝีปากที่เคยเม้มอยู่ปริปากเอ่ยว่า “บนตัวท่านมีกลิ่นยา ท่านเป็นนักปรุงยาที่ทำยานั้น”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ สองมือกอดอกมองนาง มุมปากที่ยกขึ้นน้อยๆ มีความดุร้ายอยู่บางส่วน “แล้วยังไงต่อรึ?”
สาวน้อยชุดดำมองเฟิ่งจิ่ว เงียบไปอยู่นานโข ก็โน้มคุกเข่าลง แล้วก้มหัว “ขอท่านช่วยน้องชายข้าด้วยเจ้าค่ะ”
น้ำเสียงนางหนักแน่นและเย็นเยียบ ถึงแม้จะคุกเข่าลง แต่ช่วงเอวกลับตั้งตรง เห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่อ้อนวอนใครไม่เป็น
รอยยิ้มบนริมฝีปากยิ่งลึกขึ้น เฟิ่งจิ่วกลับส่ายหน้า “ข้าไม่ช่วย”
พอสิ้นน้ำเสียง เธอก็หันตัวก้าวเท้าเดินไปด้านหน้า
ทว่าครั้งนี้ ร่างที่เคยคุกเข่าอยู่กลับโผล่มาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเธอในระยะห่างสามก้าว
“ขอท่านช่วยน้องชายข้าด้วยเจ้าค่ะ”
ยังคงเป็นน้ำเสียงที่หนักแน่น และลำตัวที่ตั้งตรงเช่นเดิม
เฟิ่งจิ่วเห็นแล้วนึกถึงนางตอนที่อยู่บนลานประลองในวันนั้น แววตาดั่งสัตว์ร้ายตัวน้อย ทั้งดื้อรั้นและแน่วแน่
“ไหนเจ้าลองบอกสิ เหตุใดข้าต้องช่วยน้องชายเจ้าด้วย?”
“ข้าช่วยท่านฆ่าคนได้เจ้าค่ะ”
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า “เรื่องฆ่าคนก็มีนักฆ่าตลาดมือที่ทำงานนี้โดยเฉพาะแล้ว”
“ชีวิตข้าก็ให้ท่านได้เจ้าค่ะ”
เธอส่ายหน้าอีกครา “ได้ชีวิตเจ้าไปก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี”
ได้ยินเช่นนี้ นางจึงเงยหน้าขึ้น