่เวลานี้ไม่มีทางเลือก เพื่อจะมีชีวิตต่อไป เขาระเบิดพลังเร้นลับทั่วร่างออกมา เมื่อกลิ่นอายของปรมาจารย์นักรบขั้นสมบูรณ์ได้พรั่งพรู ฝุ่นทรายบนพื้นต่างก็หมุนตลบขึ้นมา
“ข้าไม่เชื่อ ว่าปรมาจารย์นักรบขั้นสมบูรณ์ผู้ทรงเกียรติเช่นข้าจะแพ้ให้กับนังเด็กเหลือขอคนเดียวอย่างเจ้า!”
เขาตวาดอย่างดุดัน กลิ่นอายพลังเร้นลับที่พวยพุ่งทั่วร่างทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด ขณะที่พุ่งออกไป เงาร่างนั้นทั้งว่องไวดั่งลมกรดและดุร้ายดั่งเสือคลั่ง
เห็นเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วเองก็ปล่อยพลังเร้นลับทั่วร่างขึ้น ทว่าความได้เปรียบกลับไม่ใช่พลังเร้นลับ แต่เป็นกระบี่คมพยับในมือ และการโจมตีจุดตายที่ซ่อนเล่ห์เหลี่ยม!
เธอไม่คิดจะทุ่มพลังเร้นลับยิ่งกว่าเขา ที่ต้องทำก็แค่ฆ่าอีกฝ่ายให้ตายภายในเวลาที่สั้นที่สุด มิเช่นนั้น การเคลื่อนไหวตรงนี้ อีกไม่นานคงเรียกพวกเซียนมา ถึงเวลานั้นคิดจะถอนตัวก็ยากแล้ว
เงาร่างสีแดงพุ่งออกไป อาศัยความป่าเถื่อนของคมพยับ ทุกหนึ่งกระบี่ล้วนเป็นกระบวนท่าที่หมายเอาชีวิต ท่วงท่าว่องไวดุร้าย แม้ผู้อาวุโสสี่จะระวังตัว ก็ขวางการฟาดฟันของกระบี่คมพยับและการโจมตีจุดตายของนางไว้ไม่อยู่
“มันจบแล้ว!”
สองมือเธอจับกระบี่ ในชั่วขณะที่เขาล่าถอย ก็ปล่อยพลังเร้นลับซึมเข้าในกระบี่คมพยับ ก่อนจะฟาดไปทางเขาอย่างโหดเหี้ยมด้วยความรวดเร็วร้ายกาจ
ผู้อาวุโสสี่ใช้กระบี่คมในมือไปขวางไว้ตามสัญชาตญาณ ทว่า…
“ชิ้ง!”
“เฮือก!”
เสียงสูดหา