ยวัยกลางคนตรงหน้าแวบหนึ่งด้วยท่าทางเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “หากไม่ใช่เพราะคุณชายรองตระกูลท่านวิ่งแจ้นไปตั้งรางวัลค่าหัวข้าที่ตลาดมืด ข้าจะหาเขาพบได้เช่นไรเล่า?”
“แม้จะเป็นเช่นนั้น เรื่องที่ฆ่านายน้อยตระกูลสวี่ และทำลายแขนข้างหนึ่งของคุณชายรอง เจ้าล้วนไม่อาจปฏิเสธได้”
“อ้อ? พูดขนาดนี้ หากพวกท่านต้องการฆ่าข้า ข้าก็ทำได้เพียงยื่นคอให้พวกท่านเชือดงั้นสิ?” เธอเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่ริมฝีปากยังคงอยู่ เพียงในแววตานั้นเย็นเยียบน้อยๆ
สีหน้าผู้อาวุโสใหญ่มืดลงไปบ้าง พลางยิ้มเย็น “พูดได้เพียงว่าเจ้าดันไปยุแหย่คนที่ไม่ควรยุ่ง! ตระกูลสวี่อันมีเกียรติของข้าสืบเชื้อสายกันมาเป็นร้อยปี เจ้าจะมาดูหมิ่นได้เยี่ยงไร? ในเมื่อรู้แล้ว ทางที่ดีก็ยอมให้จับโดยละม่อม มิเช่นนั้น…”
“มิเช่นนั้น?”
มุมปากเธอยกขึ้นส่งเสียงหัวเราะอย่างป่าเถื่อน กล่าวถามด้วยความรู้สึกสนใจหน่อยๆ “มิเช่นนั้นจะยังไง? จะฆ่าข้ารึ?”
“มิเช่นนั้น ข้าจะยกหัวเจ้ากลับไปรายงานเสีย!” สิ้นน้ำเสียงเยือกเย็นของท่านผู้อาวุโสใหญ่ นิ้วมือจับกลายเป็นกรงเล็บ เพียงออกท่วงท่าก็รู้ว่าฝึกเคล็ดวิชาจับจุดมาอย่างทะลุปรุโปร่ง
“งั้นข้าจะสนองพวกท่านอย่างดี!” เธอยิ้มเย็น พลันขยับร่างปะทะออกไปซึ่งๆ หน้า
มือหนึ่งของผู้อาวุโสใหญ่ที่แฝงไปด้วยพลังเร้นลับอันแกร่งกล้าเข้าจับข้อมือนางบิดไปด้านหลัง แต่ใครจะรู้ว่านางดิ้นหลุดได้ทันทีราวกับงูผี ข้อมือกลับถูกนางจับดึงไปด้านหน้า ฐานล่าง