าดมืดเรา เป็นตัวแทนแขกชั้นสูง ขอท่านโปรดเก็บไว้”
ได้ยินคำพูดนั้น เฟิ่งจิ่วจึงยื่นมือรับเก็บมันเข้าแขนเสื้อ ถึงจะก้าวเท้าเดินจากไป
เห็นเช่นนี้ หลังจากสองท่านเก็บยาขึ้นมา ก็เร่งรีบส่งแขก พอออกไปด้านนอก ถึงได้เห็นผู้ดูแลจูเดินกลับมาหน้าตายิ้มแย้มพอดิบพอดี
“คารวะนายท่าน” ผู้ดูแลจูรีบทำความเคารพ กำลังจะพูดด้วยท่าทีตื่นเต้น ก็ถูกยกมือขึ้นปราม
“พวกท่านไม่ต้องไปส่ง ข้าเดินวนดูรอบๆ เองก็พอ” เธอปฏิเสธไม่ให้พวกเขาไปส่ง แล้วสาวเท้าเดินไปด้านหน้า
พอทั้งสามคนเห็นเงาร่างสีแดงนั้นเลี้ยวหายไป ถึงจะดึงสายตากลับมาส่งสัญญาณสักพัก เพื่อกลับเข้าห้องปีกกันอีกครั้ง
“เมื่อครู่มีคนมาถามข้าไม่น้อยเลย ว่าในขวดนั้นใส่อะไรไว้?”
ผู้ดูแลจูกล่าวด้วยท่าทีตื่นเต้น “แม้พวกเขาไม่รู้เรื่องแน่ชัด แต่คงคาดเดากันว่าเป็นยา ถึงอย่างไร ก็มีแค่ยาถึงจะสามารถได้ผลอัศจรรย์ขนาดนี้”
“อย่าได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับท่านผู้นั้นออกไป รายงานเบื้องบนอย่างลับๆ ก็พอ” ผู้ดูแลต่งพูดเสียงเคร่งขรึม
“งั้นไม่ต้องส่งคนตามไปรึ?”
“ไม่ต้อง”
ผู้ดูแลต่งส่ายหน้า “พวกเรายังไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง แต่คนเช่นนี้ก็ไม่ควรไปขัดใจ หากส่งคนตาม เกรงว่าจะยิ่งยุให้เขาไม่ชอบใจ ถึงเวลานั้นคงได้ไม่คุ้มเสีย”
และตอนนี้ เติ้งเหล่าที่ไม่พูดไม่จามาตลอด จู่ๆ กลับปริปากว่า “กลัวว่ายาทิพย์จิตวิญญาณบนนี้จะหาไม่ง่ายนัก”
“หืม? ทำไมพูดเช่นนั้น?” ผู้ดูแลต่งมองเขา เพราะเขาไม่ได้คุ้นเค