บื้องหน้าสูงกว่าสาวน้อยอยู่บ้าง คงไม่ใช่นางหรอก
“ไม่ได้เจอกันนานมากจริงๆ”
น้ำเสียงเฟิ่งจิ่วช่างเอื่อยเฉื่อย มันมีทั้งความหยอกล้อ เย็นชา และแรงอาฆาต
“เป็นเจ้า!”
หลังจากได้ยินเสียงอันคุ้นเคย สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย น้ำเสียงล้วนสั่นเทา ความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณทำให้เขาถอยไปสองเก้าในคราแรก ร่างกายเตรียมป้องกันตัวอย่างตึงเครียด ยังไม่ทันลงไม้ลงมือ ก็กลับเหงื่อออกซกเสียแล้ว
ไม่แปลกใจที่ปรมาจารย์นักรบผู้ทรงเกียรติเช่นเขาจะเกรงกลัวนักรบอย่างนาง เพราะเขาเคยประมือกับนาง จึงรู้ซึ้งถึงความร้ายกาจ เมื่อนึกถึงครั้งก่อนที่เกือบตายในเงื้อมมือนาง และนึกถึงแขนที่เสียไป ในใจก็เกิดความขลาดกลัวขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไปลงภารกิจตามล่าไว้ที่ตลาดมืด แต่กลับไม่กล้าสู้กับนางตรงๆ
พอเห็นปฏิกิริยาเขา เฟิ่งจิ่วจึงหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอดไม่ได้ “ในเมื่อท่านกลัวข้าเสียขนาดนี้ ทำไมถึงยังลงภารกิจตามล่าไว้เพื่อฆ่าข้าด้วยเล่า?”
เธอเดินเยื้องย่างออกหน้าเข้าใกล้ไปทีละก้าวๆ “เดิมทีข้าเกือบลืมว่ายังมีคนเช่นท่านนี้อยู่ ใครจะรู้ ว่าท่านยังวิ่งมาตรงหน้าข้าด้วยตัวเอง”
สิ้นเสียงนั้น ก็ได้ยินการเคลื่อนไหวด้านหลัง เธอเลิกคิ้วน้อยๆ แล้วดึงสายตามองไป
จึงเห็นชายวัยกลางคนกับชายแก่ที่ไม่รู้ว่ามาปรากฏตัวกันด้านหลังนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งสองท่านกลิ่นอายแรงกล้า แววตาเผยคมเฉียบแหลม แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจาก