ีทางชนะ นั่นก็คงแปลกพิลึก
เทียบกับความใจเย็นของเธอ เติ้งเหล่ากับผู้ดูแลต่งกลับระทึกใจเสียจนหน้าแดงก่ำ สายตาพวกเขาที่มองเฟิ่งจิ่วฉายแววประกายหวาดหวั่น ราบกับได้พบขุมทรัพย์ก้อนโต มันทั้งตื่นตาตื่นใจและมีความลิงโลด
“ท่านที่เคารพ ยานั้นยังมีอยู่อีกเท่าไหร่? และไม่ทราบว่าท่านคิดจะทำการค้ากับพวกเราเช่นไรขอรับ?”
หลังจากผู้ดูแลต่งได้สติกลับมา คำเรียกล้วนเปลี่ยนไป ท่าทีก็ยิ่งดีขึ้นด้วย ต้องรู้ไว้ หากน้ำยาวิเศษเช่นนี้ไปถึงตลาดมืดทางด้านเมืองอวิ๋นเยวี่ยก็คงเป็นที่ฮือฮากันแน่! ถึงอย่างไร ในแคว้นเล็กๆ ระดับเก้าของพวกเขา แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยพบเห็นยาแบบนี้
ถ้ามียานี้ไว้สักขวดหนึ่ง นั่นเท่ากับเป็นการเพิ่มยันต์คุ้มภัยติดตัว ต่อให้พบคู่ปรับที่ไม่อาจสู้ ก็สามารถใช้หนีเอาตัวรอด จะไม่ทำให้คนใจเต้นได้เช่นไรเล่า?
“ยานี้ท่านฝึกปรุงเองรึขอรับ? หรือว่าท่านเป็นผู้ฝึกฝนวิชานักปรุงยา?” เติ้งเหล่ามองเฟิ่งจิ่วด้วยดวงตาเป็นประกาย ในสายตาคือความนับถือและความเร่าร้อน
ได้ยินเช่นนั้น เฟิ่งจิ่วเหลียวมองเขาแวบหนึ่ง น้ำเสียงมีความเอื่อยเฉื่อยและเย็นชาอยู่บางส่วน “ข้าเป็นใคร เหมือนจะไม่จำเป็นต้องบอกท่านกระมัง?”
เมื่อรู้ว่าตัวเองล่วงเกิน เติ้งเหล่าจึงรีบร้อนก้มหัวเคารพ “ขอท่านที่เคารพอย่าได้ถือสา กระผมแค่ตื่นเต้นไปชั่วครู่ ถึงได้เลอะเลือน”
ใช่สิ! จะไม่ตื่นเต้นได้รึ? คนตรงหน้ามีความเป็นได้อย่างยิ่งว่าจะเป็นนักปรุงยา ต้องรู้