นถึงจะมีป้ายรายชื่อผู้มีพลังเร้นลับในใต้หล้าทั้งสามป้ายใหญ่ตั้งอยู่ขอรับ”
เห็นเฟิ่งจิ่วกำลังมองโดยไม่พูดไม่จา ผู้ดูแลจึงพูดอย่างยิ้มๆ อีกว่า “หากใต้เท้าสนใจ ท่านสามารถวางเดิมพันเพื่อซื้อตัวนักรบผู้ชนะที่ท่านถูกตาต้องใจได้ อัตราการต่อรองอยู่ที่หนึ่งต่อสิบขอรับ”
เพียงมองอยู่สักพัก เฟิ่งจิ่วก็ดึงสายตากลับอย่างไม่สนใจนัก เธอมองไปทางผู้ดูแล แล้วถามว่า “ที่นี่พวกท่านมีนักวิเคราะห์หรือไม่?”
ผู้ดูแลนิ่งไปสักพัก ก่อนจะพยักหน้า “มีขอรับ ไม่ทราบว่าใต้เท้าอยากวิเคราะห์สิ่งใด?”
“พวกยาน่ะ”
ได้ยินคำพูดนั้น บนใบหน้าผู้ดูแลก็มีความจริงจังอยู่บางส่วน “ใต้เท้าโปรดรอสักครู่ เดี๋ยวกระผมจะไปเชิญนักวิเคราะห์มาขอรับ” ขณะที่พูด เขาโค้งตัวคารวะ ถึงจะถอยออกไป
ในเวลานั้นที่ประตูปิดลง ผู้ดูแลหันมองกลับไปที่ห้องแวบหนึ่งอย่างมีความนัย จากนั้นจึงเร่งฝีเท้าจากไป
เวลาประมาณครึ่งก้านธูป ผู้ดูแลจูก็พาชายชราสองท่านกลับมา พอเข้าประตู เขาแนะนำอย่างยิ้มแย้มกับเฟิ่งจิ่วว่า “เรียกใต้เท้า ท่านผู้นี้แซ่ต่ง เป็นหัวหน้าผู้ดูแลตลาดมืดของพวกเรา ส่วนท่านนี้ เติ้งเหล่า เป็นนักวิเคราะห์ยาของพวกเราขอรับ”
ทั้งสองท่านที่เข้ามา พินิจมองคนในห้องอย่างสงบนิ่ง
เห็นเขาในชุดแดงนั่งเอียงตัวไปทางหน้าต่าง มือหนึ่งเท้าคางมองการแข่งขันบนลานประลองด้านล่าง บนหน้ากากสีทองมีดอกลำโพงแห่งแดนนรกที่งามตาผลิบานอยู่ ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายมนต์เสน่ห์