น้าอกของเฟิ่งจิ่วที่กำลังนั่งอยู่บนหลังคาอย่างเกียจคร้าน
และในช่วงเวลานั้นเอง เฟิ่งจิ่วที่หรี่ดวงตาหงส์งามลงครึ่งหนึ่งก็มีแววเย็นเยียบฉายอยู่ในดวงตา พลันเอื้อมมือออกไปคว้าข้อมือของอีกฝ่ายที่ยื่นมา แล้วใช้แรงที่มือหักมันลง
“แกร๊ก!”
“อ๊าก!”
เสียงกระดูกแตกหักตัดผ่านท้องฟ้ายามราตรีไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องอันรุนแรง มันทำลายซึ่งความเงียบสงัดในยามวิกาล…
แทบจะในเวลาเดียวกัน เฟิ่งจิ่วที่เดิมทีเคยนั่งอยู่อาศัยแรงลุกยืนขึ้นมา เธอยกเท้าขึ้นเตะด้วยความโหดเหี้ยม จนปลายเท้าที่ใช้พลังเร้นลับเคลือบแฝง เตะโดนตรงเป้ากางเกงของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ
“อื้ม!”
เขาร้องไม่ออก มีเพียงเสียงอู้อี้ในลำคอเพราะหายใจไม่สะดวกนัก รวมถึงร่างกายที่เจ็บปวดจนต้องคดโก่งตัวขึ้นมาอย่างยากเกินทน สองขาที่สั่นไหวทรุดลงไปเป็นเสียงดังตุบ
“มีกำลังแค่นี้รึ?” เฟิ่งจิ่วส่งเสียงหึอย่างเย็นชา เธอคลายมือที่จับข้อมือเขาไว้ออก แล้วสับเปลี่ยนมาบีบที่ลำคอเขาแทน พอเสียงดังแกร๊ก คอเขาก็ถูกบิดหัก ก่อนจะผ่อนมือปล่อยร่างเขาร่วงลงไปในเรือน
“พี่สอง!”
เสียงอุทานหลายเสียงดังลอยออกมา สามคนนั้นมองเฟิ่งจิ่วอย่างโกรธเคือง ต่างตื่นตระหนกในฝีมืออันร้ายกาจของเธอ การเคลื่อนไหวที่ว่องไว ความเร็วเช่นนั้น ทำให้พวกเขาถึงกับไม่มีแม้แต่เวลาจะตอบโต้ จึงทำได้เพียงเบิกตามองเธอฆ่าพี่สองจนตาย!
“ฆ่านางซะ!”
น้ำเสียงอันชั่วร้ายของชายที่ค่อนข้างสูงอายุช่างมีความดุดันโหดเหี้ย