บ้าง ไม่ได้คล่องแคล่วมาก ในใจเธอก็สั่นไหวน้อยๆ เธอเรียกเขา “ท่านพี่”
“เสี่ยวจิ่ว เจ้าออกมาแล้วสิ? เจ้านี่จริงๆ เลย ทำไมถึงได้ฝึกวิชาขึ้นมาอย่างไม่คิดชีวิตเช่นนี้? นี่เจ้าขังตัวเองอยู่ด้านในมาสามวันเต็มๆ เลยนะ”
เขาเก็บกระบี่เดินมาหาเธอ เขากล่าวอย่างจริงจังว่า “เสียวจิ่ว ฝึกวิชาไม่ใช่จะฝึกได้ในเวลาอันสั้น อยากจะบรรลุได้เพียงชั่วครู่ชั่วยาม มันเป็นไปไม่ได้หรอก ต้องค่อยเป็นค่อยไปสิ”
เฟิ่งจิ่วได้ยิน ก็ยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ได้ๆๆ”
แม้เธอจะฝึกถึงพลังเร้นลับขั้นเริ่มต้นของระดับนักรบแล้ว แต่พละกำลังยังคงถึงระดับนักรบขั้นสอง คนธรรมดาก็มองไม่ออกหรอก ว่าวรยุทธ์จริงๆ ของเธอนั้นมีมากเท่าใด
ที่มีความเร็วในการก้าวหน้าเช่นนี้ได้ในเวลาเพียงสั้นๆ แน่นอนว่าเป็นเพราะร่างเทพประทับ และยังมีชีพจรของพลังเร้นลับและพลังวิญญาณที่ถูกท่านอาจารย์เธอเปิดขยาย ราวกับว่าเส้นเอ็นเดิมที่เคยเป็นเช่นสายธารเล็กละเอียด ตอนนี้กลับกลายเป็นดั่งแม่น้ำฮวงโหที่ไหลเชี่ยว ความเร็วในการฝึกวิชาเช่นนี้ ไม่อาจสาธยายได้ในวันเดียวเป็นธรรมดา
“จริงด้วยท่านพี่ ข้าอยากไปซื้อชุดเข็มเงิน ท่านไปด้วยกันกับข้าเถอะ!”
“ได้สิ งั้นก็ไปกันตอนนี้เลย” หลังจากล้างหน้า เขาก็แบกกระบี่ขึ้นหลัง แล้วเดินออกประตูไปพร้อมกับเธอ
เมื่อเดินเข้ามายังหอสมบัติ เฟิ่งจิ่วก็รับรู้ได้ว่าพวกเขาถูกคนจ้องมอง
การซ่อนเร้นกลิ่นอายของอีกฝ่ายแข็งแกร่งมาก ถึงขนาดกวนสีหลิ่นคนข้า