ูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “พี่น้องคู่หนึ่งงั้นรึ? เจ้าลองอธิบายรูปร่างท่าทางพวกมันให้ข้าฟังอย่างละเอียดสิ”
“ขอรับ” เขาพรรณนาถึงลักษณะท่าทางของทั้งสองคนไปสักพัก สุดท้ายก็ยังกล่าวอีกว่า “แต่หญิงชุดแดงใช้ผ้าคลุมปิดหน้าไว้ จึงไม่อาจเห็นหน้าได้ชัดขอรับ”
ชายวัยกลางคนมีแววตามืดขรึม แขนข้างหนึ่งที่ลู่ลงวางอยู่ข้างลำตัว ส่วนมืออีกข้างกลับกำขึ้นมาแน่น เส้นเอ็นสีเขียวปรากฎขึ้น จนเป็นเสียงดังแกร๊ก
“วาดรูปหญิงชุดแดงนั่นส่งไปป่าวประกาศภารกิจที่ตลาดมืดของพวกทหารรับจ้าง แล้วถือโอกาสบอกที่ปักหลักของพวกมันกับคนที่ตลาดมืด บอกพวกเขา ว่าเช้าตรู่วันรุ่งขึ้นข้าต้องเห็นหัวของผู้หญิงคนนั้น!”
“ขอรับ!” ชายผู้นั้นตอบรับด้วยความเคารพ ก่อนจะถอยออกไปอย่างรวดเร็ว
ในคืนนั้น ท้องฟ้ายามค่ำคืนล้วนดำมืด ราวกับถูกปกคลุมด้วยผืนเมฆสีดำ ไม่เห็นดาวเลยสักดวง
เฟิ่งจิ่วที่สวมชุดสีแดงนอนแหงนหน้าอยู่บนหลังคา มือข้างหนึ่งหนุนศีรษะไว้ พลางก็มองดูถุงห่อฟ้าดินในมืออีกข้าง เธอพึมพำเสียงเบา “เดิมทีด้านในนี้มีตราประทับวิญญาณอยู่ มิน่าล่ะ ข้าเปลี่ยนจากเสื้อผ้าขอทานมาเป็นเสื้อผ้าผู้หญิงแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าจะยังถูกเพ่งเล็กอีก”
เธอเก็บถุงฟ้าดิน แล้วมองท้องฟ้ายามวิกาลที่มืดมน เธออุทานเบาๆ ว่า “ความรู้สึกนี้… ทำไมถึงดีขนาดนี้นะ! คืนมืดลมแรง ราตรีมืดมนสายลมโหมแรง ช่างเป็นค่ำคืนของการเข่นฆ่า!”
น้ำเสียงพูดอย่างลอยๆ นั้นมีความเกียจคร้านอยู่บางส่ว