เช่นนั้นนางก็ไม่ใช่ชิงเกอ?
หัวใจเขาเหมือนว่างเปล่าโดยพลัน หดหู่ลงเล็กน้อย และยินดีอยู่บ้าง ทั้งหมดนี้อาจเป็นเพียงเพราะเขาคิดมากไป…
ถึงอย่างไร ความกังขาของเขาก็น่าเหลือเชื่อออกเช่นนั้น ถ้าเรื่องที่สงสัยอยู่เป็นความจริง นั่นเท่ากับบอกว่าเฟิ่งชิงเกอที่กลับไปจวนตระกูลเฟิ่งตอนนี้เป็นตัวปลอมน่ะสิ? ต่อให้ในใจเขาจะเคลือบแคลงไปบ้าง รู้สึกว่านางไม่ใช่ แต่ท่านพ่อกับท่านปู่ของนางจะยังจำผิดคนได้หรือ?
อาจเป็นเพราะทั้งหมดนี้เขาแค่ระแวงไป
อีกด้านหนึ่ง กวนสีหลิ่นกับเฟิ่งจิ่วดูเรือนมาหลายที่ จนสุดท้ายก็ถูกตาต้องใจเขตเรือนที่ค่อนข้างเงียบสงบแห่งหนึ่ง ทำเลออกจะห่างไกล แต่กินขาดเรื่องความสงบ และสภาพแวดล้อมก็ไม่เลวเลย
วันนั้น พอจัดหาซื้อสิ่งของที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ทั้งสองจึงย้ายเข้าไปอยู่
หลังจากบอกกล่าวกวนสีหลิ่น เฟิ่งจิ่วก็เข้าสู่การฝึกฝนแบบปิดด่านเก็บตัว…
ตลอดสามวันติดต่อกัน ประตูที่ปิดแน่นไม่เคยได้เปิดออก
ส่วนกวนสีหลิ่นที่เฝ้าอยู่ในเขตเรือนก็ฝึกฝนการใช้กระบี่ด้วยมือซ้ายตลอดเวลาสามวันนี้
พรสวรรค์เดิมของเขาไม่เลวเลย พลังปะทุก็แข็งแกร่ง จากมือซ้ายที่เดิมทีฝีมือตกไม่ได้เรื่องได้ราว ตอนนี้เป็นรูปเป็นร่างแล้ว แม้จะไม่กระฉับกระเฉงเท่าใช้มือขวา แต่เรี่ยวแรงก็ค่อยๆ ใช้ได้ขึ้นมาบ้าง
ข้างในห้อง เฟิ่งจิ่วที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงสองมือวางนิ่งอยู่บนเข่าสองข้าง รอบกายมีพลังเร้นลับสีแดงที่มองเห็นได้ด้วย