าก!”
เสียงเสือร้ายคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงโอดครวญของกวนสีหลิ่นที่สูดหายใจ “น้องชาย รีบ รีบหนีไป…”
เหตุไม่คาดฝันที่เกิดอย่างกะทันหัน ทำให้ทั้งตัวเฟิ่งจิ่วถึงกับป้ำเป๋อ พอเห็นกวนสีหลิ่นถูกเสือตัวนั้นกัดแขนไว้ครึ่งหนึ่งจนเลือดไหลอาบโชก ดวงตาเธอก็แดงก่ำ จึงผุดลุกขึ้นดึงมีสั่นพุ่งออกไปในทันที
“เจ้าสัตว์ร้ายบ้าเอ๊ย!”
เธอเข้าไปดึงขนเสือร้ายไว้ แล้วใช้มีดสั้นในมือแทงตรงบริเวณคอของมันอย่างโหดเหี้ยม
“กรร!”
เสือร้ายร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แต่คนที่โดนคาบอยู่ในปากเสือกลับยังถูกลากไว้ไม่ยอมปล่อย จนกระทั่งมีดสั้นของเฟิ่งจิ่วแทงเข้าไปหนักๆ ตรงคอมันอีกครั้งอย่างดุร้ายรุนแรง เสือตัวนั้นถึงจะล้มลงนอนโครมบนพื้น พอเห็นแขนที่โชกเลือดของเขา และยังไหล่ขวาที่ลู่ลงอย่างหมดแรง ใจก็สั่นขึ้นมาเล็กน้อย
บาดแผลเช่นนี้…แขนของเขา…
“น้อง น้องชาย เจ้า เจ้าไม่ได้บาด บาดเจ็บรึ?” เขาถามอย่างเป็นห่วง เสียงเขาอ่อนแรงน้อยๆ
เมื่อได้ยินคำพูดเขา หัวใจเธอก็บีบรัดเข้าหากันแน่นหนา จนเจ็บปวดขึ้นในใจ เบ้าตาเห่อร้อนนิดๆ เธอทำได้เพียงหยิบยาทาแผลสำหรับหยุดเลือดออกมาโปรยลงบนบาดแผล ก่อนจะว่าเขาเสียงดัง “เจ้าไม่ชอบที่ชีวิตมันยืนยาวเกินไปรึไง? ใครใช้ให้เจ้ามาช่วยข้า? เดิมทีข้าก็หลบได้อยู่แล้ว เจ้าจะผลักข้าทำไม?”
แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีใครมาขวางหน้าเธออย่างไม่คิดชีวิตเช่นนี้ ทว่าเขา เจ้ายักษ์โง่เง่าเต่าตุ่นนี่กลับทำแบบนี้ซะ