หมือนจะยิ่งหนาขึ้นเรื่อยๆ ด้วย
เมื่อเห็นอาการไม่ปกติ เธอจึงรีบปรี่เข้าไป
“ท่านอา? ท่านอา ท่านเป็นยังไงบ้าง?” เธอมาคุกเข่าลงข้างๆ เขา กำลังจะพยุงเขาขึ้น แต่ก็เพิ่งสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บเข้ากระดูกดำที่เขารู้สึกอยู่
“ซี๊ด! เย็น!”
เธอหดมือกลับตามสัญชาตญาณ เฟิ่งจิ่วมองคนที่ลืมตาขึ้นมามองเธออย่างสับสนเล็กน้อย ทำไมถึงเย็นขนาดนี้? ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เขาก็คงถูกแช่แข็งตายน่ะสิ?
เพียงมองเธอแวบเดียว เขาหลับตาลงอีกครั้ง และริมฝีปากเขาก็ค่อยๆ ขึ้นสีม่วง
เห็นอาการเขาไม่ดีนัก เธอจึงกัดฟันฝืนทนกับความเย็นยะเยือกเข้ากระดูกนั้น เพื่อตรวจชีพจรที่มือ พอได้ตรวจดู เธอก็ประหลาดใจอย่างอดไม่ได้
“นี่มัน… พิษเหมันต์พันปี?” ดวงตาเธอเบิกกว้างอย่างตกตะลึง ปนความเหลือเชื่อน้อยๆ
ในชีพจรเขามีไอเย็นไหลเวียน เป็นไอพลังแสนเย็นเยียบที่กำลังไหลผ่านอยู่ในร่างเขานี่เอง ถึงได้ทำให้เขาเป็นเช่นนี้ หนำซ้ำไอพลังเย็นนั้นก็ชัดเจนว่าเป็นพิษเหมันต์ และไม่ใช่แค่พิษเหมันต์ธรรมดา แต่เป็นพิษเหมันต์พันปี!
พลันเธอได้ยินเสียงเคลื่อนไหวท่ามกลางค่ำคืน รวมถึงแรงอาฆาตที่มุ่งมาด้านนี้ ฟังจากการเคลื่อนไหว คงมีไม่ต่ำกว่ายี่สิบสามสิบคน
สายตาเธอชำเลืองมอง ในใจก็กำลังคิดแผน เธอเห็นว่ารอบๆ ไม่มีที่ให้หลบซ่อน ดังนั้นจึงใช้นิ้วที่มีพลังเร้นลับแทรกซึมอยู่ชี้ไปตรงจุดเส้นประสาทที่ทำให้เขาสลบไป ต่อจากนั้น ก็ใช้ดวงจิตนำพาเขาเข้าไปในห้วงมิติของเธอ
ในขณะ