ป็นอาจารย์ หรือว่าผู้อาวุโสก็แค่ช่วยข้าเปิดเส้นลมปราณพลังเร้นลับพลังวิญญาณ?”
หากไม่มีผลประโยชน์อื่นใดจริงๆ การฝากตัวครั้งนี้เธอก็เสียเปรียบเกินไป
“ฮ่าๆๆ มีมากกว่านั้นแน่นอน” ชายวัยกลางคนหัวเราะเสียงดัง สายตาที่มองเฟิ่งจิ่วยิ่งดูเริงร่าขึ้น
ได้ยินเช่นนั้น เธอก็ไม่พูดอะไรมากอีก คุกเข่าลงแล้วคารวะนับถือเขาเป็นอาจารย์ “ท่านอาจารย์ผู้สูงส่ง โปรดรับการคารวะจากศิษย์เฟิ่งจิ่วด้วย!” พูดพลางโค้งหัวคำนับเขาอย่างเคารพนอบน้อม
“ดีๆๆ ในที่สุดข้าฉู่ป้าเทียนมีผู้สืบทอดแล้ว! ฮ่าๆๆๆ…” เขาหัวเราะอย่างตื่นเต้น และพูดว่า “แม่หนู เจ้าหยิบก้อนอิฐชิ้นที่สามจากข้างมือซ้ายโครงกระดูกออกมาสิ ด้านในนั้นมีของที่อาจารย์จะมอบให้เจ้าอยู่”
“ได้เจ้าค่ะ” เฟิ่งจิ่วขานรับ มือเธอเคาะๆ ลงบนก้อนอิฐชิ้นที่สาม มันกลวงอยู่จริงๆ เธอใช้กริชแงะเปิดก้อนอิฐชิ้นนั้นออก เห็นว่าด้านในมีกล่องไม้เล็กๆ อยู่จึงหยิบมันออกมา
“ท่านอาจารย์ ทำไมถึงเปิดไม่ออกล่ะ?” ชัดเจนว่ากล่องไม้เล็กไม่ได้ล็อคไว้ แต่กลับเปิดไม่ออก
“นั่นเพราะอาจารย์ลงปิดผนึกไว้ คนธรรมดาเปิดไม่ออกหรอก” ฉู่ป้าเทียนพูดยิ้มๆ เขาสะบัดมือ มีลำแสงสายหนึ่งแวบผ่านตัวกล่องไป “ได้แล้ว เจ้าหยิบของด้านในออกมาสิ”
เฟิ่งจิ่วเปิดมันอีกครั้งอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง รอบนี้กลับเปิดออกได้อย่างง่ายดาย ทว่าด้านในก็มีแค่แหวนวงหนึ่งที่ดูไม่โดดเด่นเท่าไหร่ ซ้ำยังมีสนิมเกาะอยู่นิดหน่อย
เธอทำหน้าเอื