้ยากในรอบพันปี? ฮ่าๆๆ! สวรรค์ยังไม่ทอดทิ้งข้า สวรรค์ยังไม่ทอดทิ้งข้า! ฮ่าๆๆๆ…”
เฟิ่งจิ่วได้ยินเพียงน้ำเสียงที่ทั้งตื่นเต้นและดีใจกำลังหัวเราะร่า เมื่อพลังที่พันธนาการเธอไว้ถูกดึงกลับ ทั้งร่างก็ทรุดลงนั่งบนพื้นอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง แล้วสบตากับโครงกระดูกเบื้องหน้าเข้าพอดิบพอดี
เพราะไม่รู้สึกถึงจิตสังหาร และไม่รู้สึกถึงความมุ่งร้าย ที่มีอยู่ก็แค่น้ำเสียงที่ตื่นเต้นดีใจ ด้วยเหตุนี้เฟิ่งจิ่วจึงไม่กังวลใจอะไร เธอหันไปพูดกับหงส์ไฟน้อยที่ถูกกันไว้นอกเขตอาคมว่า “ข้าไม่เป็นไร เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง”
ถึงอย่างไรทั้งสองคนก็มีพันธสัญญาวิญญาณกัน หลังจากหงส์ไฟน้อยใจเย็นลงก็รู้สึกว่าตอนนี้เธอไม่เป็นอะไรแล้ว เขาจึงส่งเสียงหึขึ้นมาทันใด ก่อนพูดอย่างกระสับกระส่ายเล็กน้อย “ใครเป็นห่วงเจ้ากัน?” แต่ดวงตากลับยังคงมองไปด้านในเขตอาคมอย่างไม่อาจควบคุมได้ เขาอยากจะดูอาการเธอสักหน่อย
ด้วยรู้ถึงความปากไม่ตรงกับใจของเขา เฟิ่งจิ่วก็ไม่ถือสา แต่มาให้ความสนใจกับโครงกระดูกตรงหน้าแทน เธอเรียกหยั่งเชิงไป “ผู้อาวุโส?”
และตอนนั้นเอง โครงกระดูกนั้นเผยภาพหนึ่งขึ้นมา ชายวัยกลางคนที่สวมชุดคลุมสีดำปรากฏตัวอยู่กลางอากาศ เขามองเฟิ่งจิ่วที่ด้านล่างด้วยสายตาคมกริบที่มีแรงกดดันแฝงอยู่
“เจ้ามีร่างเทพประทับ แม่เด็กน้อย เจ้าไม่ธรรมดาเลย!”
ไม่เพียงแต่มีร่างเทพประทับที่หาได้ยากยิ่งในรอบพันปี ซ้ำยังเป็นผู้ถือพันธสัญญาของหงส์ไฟสัตว์เทวะโบรา