ล่หัว ก็เห็นว่าไม่ไกลมีชายวัยกลางคนกำลังขี่กระบี่บินมาทางนี้ เธอตกใจจนถอยหลังตามสัญชาตญาณ แต่พอถอยไปเท้าก็เหยียบลงบนผืนดินที่คลายตัวอยู่ ทั้งร่างจึงตกลงไปในหลุมด้านล่างอย่างเสียสมดุล
“อ๊ะ!”
เธอส่งเสียงร้องตกใจ รู้สึกเพียงเบื้องหน้ามืดมิด ร่างกายลื่นตกลงมาด้วยความรวดเร็วจนไม่อาจโต้ตอบอะไรได้
แต่ด้านบนนั้น หลังจากเฟิ่งจิ่วลื่นตกไป หนูดำดินสองตัวก็โผล่หัวออกมาจากผืนดิน ส่งเสียงจี๊ดๆ อยู่หลายครั้ง แล้วมองซ้ายมองขวา ไม่นานนักพวกมันก็กลบดินลงไปเติมเต็มปากหลุมที่ปรากฏออกมานั้น
ชายวัยกลางคนที่ขี่กระบี่บินมาตามเสียงมองไปรอบๆ กลับไม่เห็นมีใครอยู่ตรงนี้ และก็ไม่รู้สึกว่ามีกลิ่นอายของคนเลย เขาจึงขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ “หรือว่าข้าหูฝาดไป?”
เขาใช้พลังจิตกวาดมองอีกหลายครั้ง ก็ไม่พบอะไรจริงๆ ถึงจะขี่กระบี่จากไป
“อ๊าก…”
ใต้ดิน เสียงร้องของเฟิ่งจิ่วดังกึกก้องอยู่ในทางอุโมงค์ ร่างเธอลื่นไถลลงมา มืดมิดจนมองอะไรไม่เห็น รู้เพียงว่าทางอุโมงค์นี้เลี้ยวซ้ายคดขวาลงไป ระหว่างทางเท้าเธอเหมือนเตะโดนของคล้ายก้อนเนื้ออะไรบางอย่าง มันร้องเสียงดังจี๊ด และก้อนเนื้ออ้วนๆ นั้นก็กลิ้งตามลงไปด้วย
“ตึง!”
“ซี๊ด! อ๊า!”
เธอร้องอย่างเจ็บปวด เพราะร่างกายลื่นไถลลงมาจึงล้มไปด้านหน้า เธอกลับไม่ได้ล้มลงบนพื้น แต่ล้มลงบนก้อนเนื้ออวบอั๋นที่ร่วงลงพื้นไปก่อน
“ซี๊ด! เจ็บชะมัดเลย”
ตลอดทางที่ลื่นไถลลงมา เมื่อคิดถึงแรงเสียดสีของร่างกายก็