วกับมีเขาไท่ชานกดอยู่เหนือศีรษะ หน้าอกก็คล้ายมีหินก้อนใหญ่ทับจนหายใจไม่สะดวก ภายใต้แรงกดดันที่หนักหน่วงสองขายิ่งอยากจะคุกเข่าลงไปอยู่รางๆ
และแน่นอน คนที่มีระดับวรยุทธ์ค่อนข้างต่ำย่อมไม่อาจแบกรับแรงกดดันจากเบื้องบนไหว จึงคุกเข่าลงบนพื้นเสียงดังตึง เลือดลมในอกปั่นป่วน จนกระอักเลือดออกมา
เฟิ่งชิงเกอก็มีเหงื่อไหลออกหน้าผากเพราะแรงกดดันมหาศาลนั้น สีหน้านางซีดเซียว สองขาก็อ่อนระทวยอยู่เล็กน้อย กำลังจะทรุดลงบนพื้น มู่หรงอี้เซวียนที่อยู่ด้านข้างจึงพยุงไว้ ในขณะเดียวกันก็ใช้พลังเร้นลับประคองชีพจรนางเพื่อป้องกันเลือดปั่นป่วน
“ผู้อาวุโส ขอท่านเก็บแรงกดดันไปก่อน แล้วอนุญาตให้ผู้น้อยอธิบายได้หรือไม่?”
มู่หรงอี้เซวียนมองชายวัยกลางคนที่อยู่กลางอากาศ ตอนนี้เขาเพิ่งสังเกตได้ว่าท้องฟ้ารอบๆ ยังมีมาอีกหลายคน พวกเขามีทั้งที่ใช้ดาบบิน ควบสัตว์บินได้ และเหยียบของวิเศษลอยฟ้าอยู่
“อะไรกัน? ไม่เห็นสัตว์เทวะเลย?” ชายชราข้างๆ กันกวาดตามองด้านล่าง ก่อนจะขมวดคิ้วพูดกับชายวัยกลางคนที่กำลังคลายแรงกดดันลง “เก็บแรงกดดันของเจ้าไปซะ ลองฟังดูสิว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นจะพูดเช่นไร ใครกันแน่ที่ได้สัตว์เทวะไป? พูดมาเร็ว!”
อาจเพราะคำพูดของชายชราผู้นั้น หรือเพราะท่าทีไม่นอบน้อบแต่ก็ไม่หยิ่งยโสของมู่หรงอี้เซวียนด้านล่าง หลังจากชายวัยกลางคนเก็บแรงกดดันไป ก็พูดเสียงเข้มว่า “พูดสิ่งที่เจ้ารู้ทั้งหมดมาซะ!”
พอแรงกดดันสลาย ผู้คนเบื้อง