ล้วพูดยิ้มๆ “ท่านทั้งหลาย สัตว์เทวะเพิ่งถือกำเนิด เชื่อว่ายังอยู่ในป่าเก้าหมอบนี้เป็นแน่ พวกเราก็ใช้ฝีมือตัวเอง ดูสิว่าใครจะหาได้พบก่อนกัน!” ยามเขาพูดก็เงยหน้าหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะใช้กระบี่บินไปหาบริเวณรอบๆ…
คนอื่นๆ เมื่อเห็นเขาจากไป ก็เกิดกลัวว่าตัวเองจะรั้งท้าย จึงแยกย้ายกันอย่างรวดเร็ว เพื่อเริ่มตามหารอบบริเวณนี้
ทุกคนด้านล่างเห็นพวกเขาไปกันแล้ว ทั้งหมดก็โล่งใจได้อย่างอดไม่ได้
ผู้ฝึกเซียนมาปรากฏตัวกันเจ็ดแปดคน ต้องรู้ไว้ว่าปกติพวกเขาส่วนใหญ่จะได้ยินเพียงนามของผู้ฝึกเซียน แต่ไม่มีวาสนาได้พบเจอ พอวันนี้ได้เห็นกลับตกใจกลัวแทบตาย
เมื่อเห็นเหล่าผู้ฝึกเซียนเจ็ดแปดคนขี่กระบี่เหินฟ้าไปด้วยท่วงท่าเช่นเซียน ในดวงตาเฟิ่งชิงเกอมีความมุ่งมาดปรารถนา นางมองมู่หรงอี้เซวียนที่ข้างกาย แล้วพูดเสียงเบา “พี่มู่หรง หากภายหน้ามีโอกาส พวกเราไปกราบเข้าสำนักเซียนเพื่อฝึกบำเพ็ญด้วยกันเถอะ!”
“ได้สิ” มู่หรงอี้เซวียนตอบรับเสียงอบอุ่น ใบหน้าหล่อเหลาประดับรอยยิ้มบางๆ
พอได้ยินเขาพยักหน้ารับปาก ในใจนางก็หวานชื่น ถามเสียงอ่อนว่า “พี่มู่หรง เช่นนั้นพวกเราจะยังตามหาสัตว์เทวะอยู่หรือไม่เจ้าคะ?”
“มีผู้ฝึกเซียนหลายท่านนั้นอยู่ พวกเราก็ไม่มีโอกาสแล้ว ต่อให้หาเจอก็เกรงว่าจะนำมาซึ่งหายนะแห่งความตาย”
“เช่นนั้นตอนนี้พวกเราจะกลับไปหรือ?”
ได้ยินเช่นนั้น มู่หรงอี้เซวียนมองนาง แล้วพูดเสียงอบอุ่น “เจ้ากลับไปก่อนเถอะ ให้องครักษ