ี่เธอหายใจไปไม่กี่ครั้ง นึกไม่ถึงว่าพวกมันคิดจะปีนขึ้นมาด้วย ยังดีที่ต้นไม้ที่เธอเลือกนอกจากจะแข็งแรงพอตัว ลำต้นก็ยังเกลี้ยงเกลาและลื่นจนไม่อาจปีนขึ้นมาได้ง่ายๆ
“ตึง!”
เป็นไปตามคาด ตัวหนึ่งในนั้นพอปีนขึ้นมาห่างจากพื้นได้ประมาณเมตรหนึ่งก็ตกลงไปนอนสี่ขาชี้ฟ้า เห็นแล้วเธอหัวเราะขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
“แต่ว่า ยาทิพย์ต้นนี้ใช้ทำอะไรกัน? ถึงทำให้พวกมันตามมาตลอดไม่ยอมปล่อย?” เธอหยิบยาทิพย์ที่เก็บมาก่อนหน้านี้ออกจากถุงฟ้าดินมาดู เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน ตอนแรกก็ไม่รู้ว่ามันใช้ทำอะไร
“กรร กรร!”
พอหมีสองตัวใต้ต้นไม้เห็นเธอหยิบยาทิพย์ออกมา ทันใดนั้นก็คำรามเสียงดังขึ้นอีก เมื่อปีนขึ้นไปไม่ได้ หมีทั้งสองตัวจึงช่วยกันออกแรงผลักต้นไม้ ราวกับอยากจะเขย่าให้เธอร่วงลงมา
ต้นไม้สั่นไหวขึ้นทันใด ทำเอาเฟิ่งจิ่วเกือบตกลงไป มือหนึ่งเธอเกาะต้นไม้ไว้พลางก็ตะโกนไปด้านล่าง “พวกเจ้าพอได้รึยังเนี่ย? อยากจะเอายาทิพย์จากข้าคืนไปเรอะ? พวกเจ้าแค่คิดก็อย่าได้คิดเลย”
“กรร! กรร กรร กรร!”
หมีสองตัวคำรามเสียงดังสนั่นอย่างขุ่นเคือง เขย่าจนเฟิ่งจิ่วที่อยู่บนต้นไม้คิดว่าคงอยู่ต่อไม่ได้แล้ว ดังนั้นหลังจากเก็บยาทิพย์ก็มองไปรอบๆ คิดจะกระโดดจากต้นไม้ต้นนี้ไปต้นอื่น แล้วหาโอกาสหนี
ทว่า ขณะที่เธอยืนขึ้นมา ท้องฟ้าก็พลันมีเสียงดังครืน ประหนึ่งเสียงฟ้าร้องทุ้มต่ำนั้นกำลังดังกระจายอยู่บนชั้นเมฆ อานุภาพกดดันอันทรงพลังปกคลุมลงมาจากชั้นเมฆด้า