่อไหร่?”
เพื่อไม่ให้กลิ่นคาวเลือดดึงดูดพวกสัตว์ร้ายมา เธอจึงถอดเสื้อผ้าบนร่างชายหนุ่มโยนลงน้ำเสีย ให้เสื้อผ้าลอยหายไปตามลำธาร แล้วหยิบเสื้อผ้าอย่างง่ายๆ ชุดหนึ่งจากในถุงฟ้าดินมาสวมลงบนร่างเขา
เมื่อเห็นท้องฟ้ายังไม่มืด ตรงนี้ก็มีแหล่งน้ำ ดังนั้นเธอจึงเก็บกิ่งไม้รอบๆ มาก่อกองไฟ ตั้งใจว่าคืนนี้จะพักอยู่ที่นี่เสียเลย
เดิมทีอยากลองดูใกล้ๆ ลำธารว่ามีปลาหรือไม่ ทว่าเธอนั่งตรงริมลำธารอยู่นานโข ก็ไม่เห็นมีปลาว่ายผ่านมาสักตัวเดียว จึงอุทานเบาๆ อย่างอดไม่ได้ “น้ำใสแต่ไม่มีปลา เป็นจริงอย่างที่คิดไว้เลย!”
เธอทำได้เพียงนำเนื้อย่างมาอุ่นอีกรอบ แล้วฉีกมากินชิ้นหนึ่ง หลังจากเติมท้องจนอิ่มค่อยนั่งขัดสมาธิฝึกฝน
ตอนนี้เธอเพียงแค่ดึงพลังเข้าร่าง ก่อนจะเข้าถึงระดับนักรบทุกอย่างล้วนเริ่มจากศูนย์ แต่เธอรู้สึกได้ว่าหลังจากฝึกฝนได้พลังเร้นลับ ร่างกายก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เธอรู้ถึงผลดีนั้น การฝึกฝนวิชาย่อมทำให้มีพลังอย่างไม่จำกัดเป็นธรรมดา
การฝึกครั้งนี้ใช้เวลาไม่กี่ชั่วยาม จนกระทั่งรู้สึกว่าพลังเร้นลับในร่างเข้าสู่ขั้นเริ่มต้นที่สองของระดับนักรบ เธอถึงจะถอนหายใจแล้วลืมตาขึ้น
ท้องฟ้ามืดลงแล้ว สายลมยามค่ำคืนในป่านี้เย็นอยู่บ้าง ยังดีที่ตรงหน้ามีกองไฟให้ความอบอุ่น และพลังเร้นลับบนร่างเองก็สามารถหมุนวนขับไล่ความหนาวเย็นไปได้
เฟิ่งจิ่วหันมองชายหนุ่มข้างกาย เห็นว่าเขาหดตัวน้อยๆ ราวกับกำลังสั่นเทา จึงยื่นม