ดบนร่างกายสลายไป เพราะน้ำในลำธารไหลเอื่อย หลังจากแช่เท้าไปสักพักถึงจะล้างโคลนบนใบหน้าออกอย่างระมัดระวัง และล้างโคลนที่พอกอยู่บนแผลให้สะอาดไปทีละน้อย
จนกระทั่งในน้ำมีภาพสะท้อนใบหน้าอันน่าเกลียดที่เต็มไปด้วยบาดแผลรอยมีด
เธอมองใบหน้าในน้ำนั้นด้วยสายตาเย็นชาเล็กน้อย ร่างกายนี้เหมือนร่างของเธอในศตวรรษที่ 21 ไม่มีผิดเพี้ยน รูปลักษณ์เองก็ไม่เปลี่ยน แต่ตอนนี้ใบหน้าที่เธอคุ้นเคยมายี่สิบกว่าปีกลับถูกกรีดจนเป็นเช่นนี้ พอคิดๆ ดู มูลเหตุของความเคร่งขรึมที่ซ่อนอยู่ในใจเธอก็เริ่มปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
“ซูรั่วอวิ๋นเอ๋ยซูรั่วอวิ๋น จงใช้ชีวิตให้ดีที่สุดล่ะ…”
เธอพึมพำเสียงเบา รอยยิ้มที่เบ่งบานอยู่บนริมฝีปากดูชั่วร้ายและชวนขนลุกอยู่เล็กน้อย
เธอนำสมุนไพรในถุงฟ้าดินที่เก็บมาระหว่างทางมาบดผสมกันหนึ่งถึงสองต้น จากนั้นจึงพอกยาที่บดได้ไว้บนหน้า สะเก็ดบาดแผลบนใบหน้าต่างก็หลุดลอกไปตอนล้างดินเลนออก แต่รอยมีดเหล่านั้นทำอย่างไรก็ไม่หายไป
รอยมีดทุกรอย พอลอกแผลเป็นออกก็ล้วนกลายเป็นรอยบาดลึกสีชมพู หากเทียบกับความน่ากลัวตอนที่ยังไม่ลอกแผลเป็น ตอนนี้ดูแล้วดีกว่ามาก อย่างน้อยก็ไม่ได้น่ากลัว แต่น่าเกลียด
หลังจากพอกยาเรียบร้อยแล้ว รอจนยาแห้งกำลังดี เธอก็โน้มตัวลงมองน้ำในลำธาร ภาพที่สะท้อนในน้ำใสสะอาดคือใบหน้าหนึ่งที่มองรูปลักษณ์ได้ไม่ชัดเจน เพราะมีสีเขียวอยู่เต็ม จึงดูแปลกยิ่งนัก
ระหว่างที่กำลังมองๆ อยู่ คิ้วเธอก็พลันเลิกข