กี้หลบไม่เร็วพอ ลูกศรนี้คงพุ่งมาโดนร่างเธอแล้ว
สำหรับการปองร้ายที่ไร้เหตุผลเช่นนี้ ริมฝีปากเธอปรากฏรอยยิ้มไม่มีพิษภัย ทว่ากลับมองผู้มาเยือนด้วยดวงตาที่ไม่มีรอยยิ้มอยู่แม้แต่น้อย
คนพวกนั้นคือกองกำลังที่มีกันประมาณยี่สิบคน หัวหน้าเป็นชายวัยกลางคนท่าทางสุขุม ผู้ที่ตามมาข้างกายคือชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบกับสาวน้อยวัยประมาณสิบห้าสิบหก กลุ่มคนด้านหลังต่างสวมเครื่องแบบคล่องตัวเหมือนๆ กัน คลับคล้ายว่าจะเป็นสมาชิกของตระกูล ดูๆ แล้วเหมือนจะเป็นตระกูลหนึ่งที่ออกมาฝึกวิชา
หลังจากพินิจมองคนเหล่านั้นโดยไม่พูดไม่จาแวบหนึ่ง สายตาของเฟิ่งจิ่วจับจ้องไปที่ร่างของสาวน้อยผู้นั้น เห็นว่านางสวมชุดกระโปรงเกาะอกผ้าโปร่งบางสีชมพู เนินอกอวบอิ่มที่โผล่ออกมาเกินครึ่งช่างทรงเสน่ห์ เอวเล็กๆ ก็บีบรัดเสียจนดูเพรียวบางอ่อนช้อย ทว่าจากคันธนูดำในมือกับลูกศรที่ด้านหลัง ชัดเจนมากว่านางคือคนที่ยิงลูกศรดอกนั้นมา
“ส่งต้นสามแฉกแดงมาซะ!”
สาวน้อยผู้นั้นมองเฟิ่งจิ่วที่เนื้อตัวสกปรกด้วยสายตาหยิ่งผยอง พร้อมพูดอย่างดูถูกว่า “ขอทานคนหนึ่งไม่ไปนั่งมุมถนน ซ้ำยังกล้าวิ่งเข้ามาหาที่ตายถึงในนี้อีก ใช้ชีวิตเบื่อแล้วจริงๆ สินะ!”
สายตามองประเมินโดยไม่ปิดบังของเฟิ่งจิ่วกวาดมองที่ร่างนาง แล้วกล่าวน้ำเสียงเหยียดหยามเลียนอย่างอีกฝ่าย “แล้วเจ้าไม่ไปอยู่ที่เรือนอี้หง[1] กลับวิ่งมาอวดเนื้อหนังถึงป่าเก้าหมอบ อยากจะยั่วยวนใครกัน?”
เฟิ่งจิ่วพูดออกม