ที่สุดเธอก็มาถึงปากทางเข้าป่าเก้าหมอบในเช้าตรู่ของวันถัดมา ทว่าตอนนี้เธอไม่เห็นเงาร่างของท่านอาผู้นั้นแล้ว
“ฮู่! เหนื่อยชะมัดเลย” เธอทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น หอบหายใจเสียงดังดั่งวัว เหงื่อไหลเหมือนสายฝน ท้องก็ยังหิวอีกด้วย ตอนนี้เธอเวียนหัวเล็กน้อย แถมยังคลื่นไส้อยู่บ้าง
ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ เธอฉวยเอาแอปเปิลลูกหนึ่งจากพ่อค้าเร่ที่ขายผลไม้มากิน จนเวลานี้ไม่รู้ว่าย่อยไปถึงไหนแล้ว ตอนนี้ถึงได้หิวจนผนังท้องหน้าและหลังแทบจะติดกัน เธอคิดเพียงว่าหากมีน่องไก่อะไรทำนองนี้ให้กินก็คงดี
เธอพักอยู่ครู่หนึ่งถึงเช็ดเหงื่อแล้วก็ลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นป่าเก้าหมอบเบื้องหน้าก็ผุดรอยยิ้มตั้งตารอออกมา “ฮิๆ ในป่าเก้าหมอบนี้น่าจะมีอาหารป่า…” นึกถึงตรงนี้เธอก็กลืนน้ำลายอีก ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในทันที
ในป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์นี้มีวัชพืชขึ้นรกรุงรัง ดวงอาทิตย์เหนือหัวถูกใบไม้บดบังไปกว่าครึ่ง จึงมีเพียงแสงแดดเล็กน้อยส่องเข้ามาในป่า กลิ่นพื้นดินชื้นแฉะและกลิ่นหอมของต้นหญ้าลอยลู่ตามลมมาถึงจมูก
ในมือเฟิ่งจิ่วถือกิ่งไม้ที่หักมาจากต้นพลางปัดไปซ้ายทีขวาที หนึ่งคือเพื่อแหวกพวกหญ้ารกที่ขวางทางตรงหน้าออกไป สองคือเพื่อไล่พวกงูพิษที่หลบซ่อนอยู่ในพุ่มไม้
เฟิ่งจิ่วเดินไปอย่างช้าๆ ดวงตาเสาะหาบรรดาสมุนไพรที่อาจถูกวัชพืชบังไว้อย่างละเอียด เธอพบพิษในร่างนานแล้ว ถ้าจะให้คนอื่นแก้ให้คงเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับเธอที่เชี่ยวชาญเรื่องยา