ทานน้อยคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าโทรมๆ ร่างกายสกปรกเดินอยู่คนเดียวในป่าเก้าหมอบซึ่งสุดแสนอันตราย บนไหล่แบกกิ่งไม้ไว้ และด้านหลังของกิ่งไม้จะมีงูที่ลอกหนังออกแล้วเสียบไว้แกว่งไปมาอยู่ตรงนั้น…
ตลอดทั้งวัน เธอตามหาสมุนไพรแก้พิษในป่านี้เพียงลำพัง ค่อยๆ เดินจากรอบนอกเข้าไปด้านในโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว จนในที่สุดก่อนท้องฟ้าจะมืดลง เธอก็รวบรวมสมุนไพรแก้พิษที่ต้องการมาได้
เฟิ่งจิ่วอาศัยท้องฟ้าที่ยังพอมองเห็นหาไม้แห้งๆ มาใช้ เริ่มขั้นตอนการจุดไฟแบบดั้งเดิมที่สุด แต่เพราะความชื้นในป่า เธอจึงใช้เวลาเต็มๆ กว่าหนึ่งชั่วยามถึงจะจุดไฟขึ้นมาได้ มือทั้งสองข้างก็เป็นแผลพุพอง แต่หลังจากเธอได้กินเนื้องูย่างในที่สุด ก็คิดว่าทั้งหมดนี้มันช่างคุ้มค่า
สมุนไพรแก้พิษก็หามาแล้ว ซ้ำยังได้เติมท้องจนอิ่ม เฟิ่งจิ่วขยำพวกสมุนไพรที่เก็บมาเมื่อตอนบ่ายนำมาถูลงบนตัว ก่อนจะดับกองไฟ แล้วปีนขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่หาที่สบายๆ สักที่ไว้พักผ่อนดีๆ สักคืน
เพราะอยู่ในที่แบบนี้ตัวคนเดียว เธอจึงไม่สามารถจุดไฟไว้เช่นปกติได้ ไม่อย่างนั้นพอตกกลางดึกจะกลายเป็นเป้าของพวกสัตว์ร้าย ตอนนี้เธอไม่มีแรงต่อกรกับสัตว์ร้ายมากขนาดนั้นแล้ว ดังนั้นถึงแม้บนต้นไม้จะค่อนข้างหนาวและไม่มีเปลวไฟให้ความอบอุ่น แต่ก็ปลอดภัยกว่าไม่ใช่หรือ?
เป็นจริงอย่างที่คาดไว้ พอยิ่งดึกดื่น ในป่าก็มีเสียงหมาป่าเห่าหอนดังมาแว่วๆ เสียงของมันดังกึกก้องอยู่ในยามค่ำคืน ทำให้ตื่นตกใจได้ก