ากนั้นแบกร่างเฟิ่งชิงเกอที่ปางตายขึ้นบ่า กระโดดสองสามครั้งก็หายเข้าไปในป่าลึก
ตอนนี้เอง ชายวัยกลางคนชุดสีดำซึ่งยืนอยู่ด้านหลังซูรั่วอวิ๋นอยู่ตลอดก็ก้าวขึ้นมา “คุณหนู เวลาค่ำแล้ว จะกลับจวนก่อนหรือไม่ขอรับ?”
“อืม ต้องกลับแล้วละ” นางผุดยิ้มอ่อนโยน มองไปยังท้องฟ้าพลางพูดเสียงเบา “ตั้งแต่นี้ไป ข้าคือเฟิ่งชิงเกอ และเฟิ่งชิงเกอก็คือข้า”
ค่ำคืนในอีกสองวันให้หลัง หอสุคนธรส เขตเมืองแจ่มกระจ่าง
พอได้กลิ่นหอมหวน เฟิ่งชิงเกอที่หมดสติอยู่ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น สมองยังไร้ซึ่งการตอบรับใดๆ จนกระทั่งนางได้ยินเสียงดังจิ๊จ๊ะแปลกๆ และรู้สึกว่าแขนของตัวเองกำลังถูกมือคู่หนึ่งสัมผัสลูบไล้ จึงตกใจร้องเสียงหลง พลิกตัวกลิ้งตกเตียงไป
“ฮี่ๆ ตื่นแล้วหรือ? ตื่นแล้วก็ดี ข้าไม่ชอบทำอะไรกับปลาตาย ข้าชอบแบบดุเดือดคึกคัก นั่นสิถึงจะเลิศรส” ดวงตาของชายอัปลักษณ์อายุราวสามสิบกำลังหรี่มองเฟิ่งชิงเกอที่กลิ้งตกพื้นแล้วถดตัวไปด้านข้าง ในดวงตามีแต่ความตื่นเต้น “ไม่นึกเลยจริงๆ ว่าวันนี้จะมีของดีขนาดนี้มาถึงมือข้า ถึงหน้าจะเสียโฉม แต่ผิวขาวเนียนเช่นนี้ จิ๊ๆ งามไม่แพ้พวกคุณหนูตระกูลใหญ่เลย”
เฟิ่งชิงเกอถดตัวถอยห่าง ในดวงตานางมีความตื่นตระหนกที่ยากจะปิดบัง “เจ้า เจ้าอย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา!” นางลุกขึ้นวิ่งไปยังประตูห้องทันใด ทว่าวิ่งได้เพียงสองก้าวก็ถูกชายผู้นั้นกอดเอาไว้
“คิดจะหนีหรือ เหอะๆ เข้ามาในห้องนี้แล้ว คิดว่าเจ้าจะหนีพ้นรึ? ม