ยเสนอว่า “ผ่าตัดทำคลอดก่อนจากนั้นค่อยผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจควบคู่ปอด!”ต้องพูดทีเดียวว่า ขิงแก่ยังคงเผ็ดร้อนอยู่ทุกคนเริ่มหารือเกี่ยวกับแนวทางนี้ใหม่อีกครั้งจางจิ้นเฟิงเป็นมือฉมังของแผนกสูตินรีเวช เขายื่นความเห็นอย่างเด็ดขาดว่าการผ่าตัดนี้ต้องผ่าคลอดทางหน้าท้องเท่านั้น “ตอนนี้ครรภ์มีอายุยี่สิบแปดสัปดาห์แล้ว ผ่าคลอดได้ จากนั้นส่งเข้าไปพักฟื้นในตู้อบทารก ไม่ส่งผลกระทบแน่นอน”จู่ๆ จางจิ้นเฟิงก็เอ่ยขึ้นมาว่า “เจ็ดเดือนแล้ว ไม่รู้จริงๆว่าผู้หญิงคนนี้ทนยืนหยัดมาได้ยังไง ไม่ว่าอย่างไรก็ตามทุกคนมาพยายามให้เต็มที่เถอะ ช่วยเด็กคนนี้ไว้ให้ได้จะดีที่สุด”ทุกคนต่างพยักหน้ารับ อันที่จริงการช่วยเด็กให้รอดคือแนวโน้มที่มีความเป็นไปได้สูงที่สุดแล้วเนื่องจากคนส่วนใหญ่ทนยืนหยัดได้ไม่ถึงเจ็ดเดือน!โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดพ่วงภาวะความดันปอดสูงพยายามยืนหยัดประคองครรภ์มาถึงเจ็ดเดือน ความทรมานนี้ไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะทนรับไหวจริงๆเวลานี้ เฉินชางเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ผู้อำนวยการจางครับ ประโยคที่ว่าครรภ์เจ็ดเดือนรอดง่ายแปดเดือนรอดยาก[1]เป็นความจริงไหม”จางจิ้นเฟิงส่ายหน้า “เรื่องนี้จะว่ายังไงดีล่ะ ออกจะเป็นความเห็นในแง่เดียวน่ะ”“หากสุขภาพของแม่และเด็กปกติทั้งคู่ ประโยคนี้จะผิดอย่างสิ้นเชิง ยังไงก็ตาม ตัวอ่อนจะค่อยๆ พัฒนาการเติบโตขึ้นตามวันเวลา แต่โดยธรรมชาติแล้วแปดเดือนค่อนข้างดีกว่าเจ็ดเดือน”“ช่วงอายุครรภ์เจ็ดเดือ