วลว่าเฉินชางจะไป!”
เสี้ยวเจ๋อไห่งุนนงง ยิ้มถามขึ้นมา “ไม่กังวล? ยังไม่กังวลอยู่อีกเหรอ ดูคุณสิ เครียดจนมีสภาพไหนแล้ว!”
อู๋ถงฝู่พูดทันที “ผมไม่ได้เครียดเรื่องนี้”
“ผมกังวลว่าตอนเจ้าเฉินชางไป จะพาคนในศูนย์ฉุกเฉินของผมไปด้วยต่างหาก!”
สิ้นประโยคนี้ ในห้องเงียบลง
เสี้ยวเจ๋อไห่เงียบชั่วครู่ จากนั้นยิ้มบอก “คุณพูดเกินไปหน่อยไหม จะเป็นไปได้ยังไง!”
อู๋ถงฝู่อดพูดไม่ได้ “อย่าว่าไป นี่…เป็นไปได้สูงทีเดียว!”
อู๋ถงฝู่ย้อนนึกเรื่องเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ เขาอดพูดกับเสี้ยวเจ๋อไห่ไม่ได้ “คุณรู้จักโครงการที่โรงพยาบาลพวกเราทำเมื่อก่อนหน้านี้ได้ไหม โครงการกลุ่มอาการมาร์แฟนนั่นน่ะ!”
เสี้ยวเจ๋อไห่พยักหน้า “อ้อ รู้จักสิ!”
“สามรางวัลใหญ่ในปีนี้ถูกวางไว้แล้วว่ารางวัลหนึ่งเป็นของพวกคุณ!”
เสี้ยวเจ๋อไห่ถลึงตามองอู๋ถงฝู่ด้วยความอิจฉา “ผมไม่รู้จริงๆ ว่าคุณไปได้โชคดีแบบนี้มาจากไหน!”
อู๋ถงฝู่ถอนหายใจบอก “ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ ตอนนั้นน่ะ ความจริงผมไม่ได้ตั้งใจจะอนุมัติโครงการนั้นหรอก!”
“คุณไม่รู้เหตุการณ์เมื่อตอนนั้น”
“ตอนนั้นคุณไม่รู้ว่า หลังพวกเราผู้อำนวยการหารือกันว่าจะไม่อนุมัติ แผนกศัลยกรรมหัวใจกับแผนกศัลยกรรมทั่วไปของพวกเราก็