ต่ก็แค่ทำให้อาการหนักขึ้นเท่านั้น
ในลิฟต์ที่ไม่ใหญ่ ลูกสาวกับลูกชายของชายชราต่างอายุสี่สิบห้าสิบปี
ชายคนนั้นโกรธอยากระบาย ปากพ่นคำด่า อยากง้างลิฟต์
“คุณอย่าง้างมั่วๆ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาจะทำยังไง” ฝ่ายหญิงทนไม่ได้พูดห้ามขึ้นมา
“งั้นเขาจะให้ฉันทำยังไง! ป่านนี้แล้วพวกเราชักช้าได้เหรอ แม่พวกเราจะทนได้หรือไง”
ชายคนนั้นค่อนข้างขี้โวยวาย อดหันไปตะคอกผู้หญิงไม่ได้
หญิงสาวฉุนเฉียวขึ้นมา “พอได้แล้ว ตะคอกใส่ฉันแล้วจะได้อะไรขึ้นมา ตะคอกใส่ฉันแล้วลิฟต์มันจะขยับเหรอ”
ทั้งสองคนเถียงกัน คนขับรถพูดขึ้น “พวกคุณเลิกทะเลาะกันได้แล้ว อย่ารบกวนศาสตราจารย์เฉิน”
ทั้งสองคนจะบ่นอะไรได้ ทั้งหมดล้วนเป็นความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในอก
ได้ยินคนขับรถพูดแบบนี้ ทั้งสองก็เงียบลง
เติ้งหมิงมองเฉินชางแล้วรีบถาม “ศาสตราจารย์เฉิน นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
บอกตามตรง เติ้งหมิงรู้สึกท้อถอยแล้วจริงๆ!
ก่อนมาแผนกฉุกเฉิน เขาทะเยอทะยาน คิดว่าอาชีพในองค์การแพทย์ไร้พรมแดนจะทำให้หลังเขามาถึงที่นี่แล้วจะทำให้รับมือเรื่องฉุกเฉินต่างๆ ได้
แต่!
ใครจะคิดถึงว่าหลังมาถึงแล้วจะวินิจฉัยโรคคนไข้คนแรกออกมาไม่ได้!
หอบหืด?
ปอดอุดกั้นเรื้อรัง?
ปอดบวม?
หรือว