กับคุณจริงๆ หรือ”
เฉินชางพูดเรียบๆ “ครับ เกี่ยวนิดหน่อย ความจริงคือลูกชายของเขาต้องเข้ารับการผ่าตัด”
“ผมจึงตามตัวผู้ปกครองของเขาให้มาเซ็นหนังสือยินยอมการรักษา!”
พูดจบเฉินชางก็พูดกับอูถงฝู่ว่า “ผู้อำนวยการอูจัดการเลยครับ ผมต้องไปศูนย์วิจัยที่เขตฟางซานสักหน่อย ผมไปก่อนนะครับ”
อูถงฝู่พยักหน้า “เดินทางปลอดภัย”
หลังจากเฉินชางจากไป ก็ทิ้งให้ทุกคนนั่งงงอยู่ตรงนั้น
อูถงฝู่เห็นแบบนี้จึงอธิบายกับทุกคน “บนโลกนี้คงมีแค่ศาสตราจารย์เฉินที่ทำการผ่าตัดเจ้าชายวิลเลียมได้…”
คำอธิบายนี้ทำให้ทุกอย่างชัดเจนในทันที
นึกถึงที่เฉินชางพูดว่าให้ญาติคนไข้มาเซ็นหนังสือยินยอมการรักษา
จู่ๆ ทุกคนก็รู้สึกว่าในบรรดาหมอก็เขานี่แหละที่ขี้เก๊กที่สุด
ช่วยไม่ได้ บนโลกนี้มีแค่เฉินชางที่ทำได้ ต้องฟังเขาจริงๆ
ต้องยอม… จริงๆ เฉินชางเองก็ไม่ได้ล้อเล่น สองสามวันนี้เขางานยุ่งจริงๆ
เพราะเสียเวลาที่เมืองอันหยางไปเล็กน้อย ช่วงนี้ต้องไปคณะแพทย์วิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งยูเนียน
ศูนย์วิจัยเขตฟางซาน… เพื่อติดตามความก้าวหน้าของวิจัยจากหัวหน้าของสถานที่เหล่านี้
โรคพาร์กินสันเป็นเรื่องที่เฉินชางตั้งใจวิจัยที่สุดในช่วงนี้
เพราะถาวิจัยโรคพาร์กินสันสำเร็จจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเฉินชาง ทำให้เฉินชางบรรลุไปอีกขั้นได้!
ตอนนี้เขาผ่าตัดรักษาโรคพาร์กินสันได้แล้ว แต่เท่านี้ยังไม่พอ
การพัฒนาของโรคควรศึกษาจากสาเหตุการเกิดโรค พยาธิวิทยา และด้านอื่นๆ
แล้ว