อกให้เหล่าลูกสะใภ้เก็บโต๊ะอาหาร “เลิกประชุม”
ลูกสะใภ้แต่ละคนมารวมตัวกัน ต่างคนต่างมีความคิดเพื่อตัวเอง ความคิดเห็นก็ไม่เหมือนกัน
หากบอกว่าก่อนหน้านี้หลิวซื่อกลัวว่าจูชีจะล้างผลาญเงินในบ้าน เช่นนั้นคราวนี้ จูชีไปสอบรอบเดียวก็ได้เป็นซิ่วไฉกลับมา นางก็อดใจไม่ไหว กระซิบกับหลิ่วซื่อว่า “ท่านว่า ท่านแม่คิดอย่างไรกันนะ? ก่อนนี้ท่านแม่ก็บอกว่าเจ้าเจ็ดเรียนเก่งไม่ใช่หรือไร? ในเมื่อเรียนเก่ง ให้เขาเรียนต่อไปก็จบแล้วนี่ คราวนี้ได้เป็นซิ่วไฉ คราวหน้าก็เป็นจวี่เหรินแล้วนะ เป็นจวี่เหรินก็สามารถเป็นขุนนางได้แล้ว…”
“คราวก่อน เจ้าไม่ชอบที่จูชีใช้เงินที่บ้านไม่ใช่หรือ?” หลิ่วซื่อขยับปากพูด
“นั่น…นั่นคือตอนนั้น ตอนนั้นข้ากลัวเจ้าเจ็ดจะสอบไม่ผ่านนี่” หลิวซื่อยอมรับอย่างเปิดเผยแล้วพูดต่อ “แต่ตอนนี้เขาสอบผ่านแล้ว คนอื่นต้องสอบรอบต่อ ๆ ไป เขากลับสอบทีเดียวได้เป็นซิ่วไฉ แบบนี้ไม่เรียกว่าเรียนเก่งแล้วจะเรียกว่าอะไร? ในเมื่อเรียนเก่งก็เรียนต่อไปสิ รอจนลูกข้าได้ออกมาลืมตาดูโลกแล้ว มีท่านอาที่เรียนเก่งคนหนึ่งเป็นเรื่องเชิดหน้าชูตาจะตายไป”
ประเด็นสำคัญก็คือ ถ้าจูชีได้เป็นขุนนางจริง ๆ ลูกชายของนางก็จะมีท่านอาที่เป็นขุนนาง ถึงตอนนั้นย่อมจะได้มีชีวิตที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
หลิวซื่อหวังให้ลูกชายของตนเองมาได้ถูกเวลา อย่าเป็นเหมือนลูกชายสองคนนั้นของพี่สะใภ้ใหญ่เชียว มาตอนที่สกุลจูยากจนที่สุดพอดี
“แต่ว่าในบ้านมีคนเ