มัดระวังและทุลักทุเลอยู่บ้างแต่เขาเริ่มคุ้นชินขึ้นทีละน้อย
คีบกล้องสองตัวระหว่างฝ่ามือกับนิ้วโป้งซ้าย นิ้วก้อยงอจับกล้องสองแบบนี้ก็ส่องกล้องได้อย่างมั่นคงตอนที่ต้องการก็ใช้มือขวาขยับอุปกรณ์ดูดเล็กน้อยจากนั้นก็ใช้นิ้วชี้ นิ้วโป้ง กับนิ้วกลางซ้ายรับอุปกรณ์ดูดและหมุนอุปกรณ์ดูดระหว่างนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลางก็จะใช้งานอุปกรณ์ดูดในระยะทางสั้นๆ ได้ตามใจต้องการการทำงานทั้งหมดราบรื่นมาก แทบจะอธิบายแก่นสำคัญของเทคนิคตะเกียบได้ว่า
‘ตะเกียบกับคนรวมเป็นหนึ่ง!’
แน่นอนว่า ‘เทคนิคตะเกียบ’ ดูเหมือนง่าย แต่เมื่อทำจริงกลับไม่ง่ายขนาดนั้นคนพวกนี้เพียงแค่คิดว่าเขาดัดแปลงจากการคีบตะเกียบของตัวเองได้แต่พวกเขามีสองมือที่คล่องแคล่วอย่างเฉินชางงั้นหรือยังจำเป็นต้องฝึกฝนอย่างหนัก!
ยิ่งไปกว่านั้นตัวเฉินชางก็แอบวิเคราะห์‘ความสัมพันธ์ของตำแหน่งเครื่องมือสี่ชิ้นในการผ่าตัดแบบโมดิฟายด์พ็อพเพน และในทัศนวิสัยการส่องกล้อง’‘วิธีถืออุปกรณ์ดูด’‘ทิศทางของการเชื่อมต่อแหล่งแสง’‘การทำงานทางเดียวหรือการทำงานสองทาง’ มาก่อนแล้ว…
เอาเป็นว่าเฉินชางรู้สึกว่าไม่แน่ตัวเองอาจสร้างวิธีการผ่าตัดศัลยกรรมประสาทแบบใหม่ขึ้นมาได้จริงๆและเทคนิคการผ่าตัดนี้ชาวจีนอาจมีข้อได้เปรียบโดยกำเนิดก็คือสิ่งที่เรียกว่าพรสวรรค์ของเผ่าพันธุ์!
อีกอย่างบอกตามตรง ‘เทคนิคตะเกียบ’ แบบนี้เป็นเทคนิคกล้องสองตัวที่ควรค่าแก่การเผยแพร่เฉินชางไม่ถือสาถ้าทั่วทั้