ผ่าตัดถัดไปก็คือการทดสอบความสามารถในวิเคราะห์ตัดสินของแพทย์แล้ว”
ทันใดนั้นผู้คนในห้องทำงานกระซิบพูดคุยกันขึ้นมา
เติ้งเกาหยวนก็ตึงเครียดเล็กน้อย
“ศาสตราจารย์หยาง ไม่งั้น… คุณไปชี้แนะศาสตราจารย์เฉิน ให้คำแนะนำเขาสักหน่อยดีไหมครับ ถึงอย่างไรคุณก็มีประสบการณ์ช่ำชอง”
หยางหมิงอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้
“เลขานุการเติ้ง เรื่องนี้คุณวางใจได้ ความสามารถในการวิเคราะห์ตัดสินของศาสตราจารย์เฉินแข็งแกร่งที่สุดที่ผมเคยเห็นมาแล้ว
พูดง่ายๆ ศาสตราจารย์เฉินคนนี้ก็คือหมอศัลยกรรมโดยกำเนิด ไม่ว่าพรสวรรค์ ความสามารถในการตัดสิน ความสามารถในการควบคุมการผ่าตัด… ทุกข้อนี้ล้วนน่าอิจฉาทั้งนั้น”
ได้ยินหยางหมิงประเมินเฉินชางสูงขนาดนี้ทุกคนก็พากันทอดถอนใจขึ้นมา
อู๋ถงฝู่สงสัยอยู่บ้าง
“นี่ศาสตราจารย์หยาง เฉินชางเขายังไม่ก้าวเข้าแผนกศัลยกรรมประสาทเลยนะ ทำไมคุณประเมินเขาสูงขนาดนี้”
หยางหมิงได้ยินก็อึ้งทันที
“เรื่องที่ปากีสถานเฉินชางไม่ได้บอกคุณหรือ”
พวกอู๋ถงฝู่พากันส่ายหน้า ไม่รู้เรื่องที่หยางหมิงพูดเลยแม้แต่น้อย
หยางหมิงอดถอนหายใจไม่ได้
“เด็กนี่ถ่อมตัวเกินไปแล้วจริงๆ!”
หลายคนฟังหยางหมิงพูดจนหัวใจคันยุบยิบ อดพูดไม่ได้
“ศาสตราจารย์หยาง พูดมาเลยเถอะ! เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
หยางหมิงบอก
“พวกคุณไม่เห็นหรือว่าเชวียเจิ้งเริ่นเคารพศาสตราจารย์เฉินขนาดนี้ ตามหลักทั้งสองคนต้องเว้นระยะกันนิดหน่อยสิ!”
เรื่องของเชวียตงไม่ใช่เรื่องเล็กใน