งเสี่ยวรุ่นฟางที่ดูจริงจังอย่างเห็นได้ชัดก็ตะลึงไปในทันใด เขายิ้มออกมา “โอเค! คุณวางใจเถอะ ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่รับรองความปลอดภัยไม่ได้ ผมก็ไม่กล้าหรอก!”
ในเวลานี้ จู่ๆ เสี่ยวรุ่นฟางก็เอ่ยขึ้นว่า “นี่คือคนที่ผู้อาวุโสหลี่เรียกพบด้วยตัวเอง เขาให้ความสำคัญกับเฉินชางมาก ครั้งก่อนก็เป็นฝ่ายเชิญเฉินชางไปกินข้าวที่มหาศาลาประชาชนเป็นการส่วนตัว ฉันพูดจริง ไม่ได้ล้อเล่นค่ะ”
หลังจากเจี่ยเจิงได้ยินคำว่าผู้อาวุโสหลี่ก็ตะลึงงันไปอย่างเห็นได้ชัดในเวลานี้ เฉินชางโทรเข้ามา “รัฐมนตรีเสี่ยว ผมถึงแล้วครับ!”เสี่ยวรุ่นฟางเอ่ยกับเจี่ยเจิง “คนมาถึงแล้ว ส่งคนไปรับขึ้นมาทีค่ะ”เจี่ยเจิงพยักหน้ารับ “ผมชักจะสนใจใคร่รู้ขึ้นเรื่อยๆ แล้วว่าเจ้าหนุ่มคนนี้เป็นคนแบบไหนกัน!”
ไม่นานนัก เฉินชางมาถึงที่ห้องทำงานแล้ว เขามองเห็นเสี่ยวรุ่นฟางที่อยู่ในห้อง แถมยังมีชายคิ้วหนาอีกคนด้วย“สวัสดีครับ รัฐมนตรีเสี่ยว!”เสี่ยวรุ่นฟางพยักหน้ารับ “ศาสตราจารย์เฉิน นี่คือเจี่ยเจิงรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ภารกิจช่วยเหลือในครั้งนี้มาจากเจี่ยเจิง”เฉินชางพยักหน้า “สวัสดีครับ!”
เจี่ยเจิงจับมือเฉินชาง “ได้ยินชื่อมานานแล้ว ศาสตราจารย์เฉิน จะว่าไปครั้งนี้จำเป็นต้องลำบากศาสตราจารย์เฉินซะแล้ว”เจี่ยเจิงบอกโดยไม่ปิดบัง คำพูดของเสี่ยวรุ่นฟางทำให้เจี่ยเจิงตระหนักได้ว่า เฉินชางมีคุณสมบัติจะได้ทราบเรื่องราวเหล่านี้ แม้แต่ผู้อาวุโสหลี่ยังออกปากแล้ว