ว อาทิตย์เดียวยังพอไหว ไม่กระทบงานแต่ง
ไม่ใช่ว่าเฉินชางคิดว่างานแต่งสำคัญกว่าการช่วยคน แต่แค่คิดว่าไม่อยากเพิ่มความยุ่งยากมากกว่าเดิมเท่านั้น ถึงอย่างไรตั้งแต่ขั้นตอนจัดงานแต่งไปถึงพิธีวิวาห์ การจัดเลี้ยง จนถึงกลับบ้าน… มีเรื่องมากมายก่ายกอง ซึ่งเรื่องเหล่านี้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว
หลังจากคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางพยักหน้าเอ่ยตอบว่า “ได้ครับ ให้ผมไปหาคุณที่ไหนครับ”
“ตรงไปที่สนามบินเมืองหลวงเลย” เสี่ยวรุ่นฟางเอ่ย “ยิ่งเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี”
เฉินชางพยักหน้าตอบรับ วางสายไป
เจี่ยเจิงมองเสี่ยวรุ่นฟางด้วยความฉงน “รัฐมนตรีเสี่ยว แค่คนของเมืองหลวงก็ใช้ได้แล้ว รอคนจากนอกท้องที่จะเสียเวลานานเกินไปไหมครับ”
พอเสี่ยวรุ่นฟางนึกถึงเฉินชางก็พลันมีความมั่นใจเปี่ยมล้นขึ้นมา เธอมองเจี่ยเจิง กล่าวว่า “รัฐมนตรีเจี่ยคะ คุณมั่นใจได้เลยค่ะว่าเวลาที่ใช้รอคอยคนคนนี้คุ้มค่าแน่นอน!”
ตอนที่ตัวเสี่ยวรุ่นฟางพูดประโยคนี้ออกไป มีความมั่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน! นี่กลับทำให้เจี่ยเจิงค่อนข้างสนใจใคร่รู้ขึ้นมา ขณะเดียวกันก็ทำให้เขาจดจำชื่อของเฉินชางคนนี้ไว้แล้ว
บุคลากรในเมืองหลวงถูกเรียกระดมพลอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะทีมมือฉมังของโรงพยาบาลกองทัพปลดปล่อยประชาชนและโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน พวกเขาคือกลุ่มแรกๆ ที่มาถึงกระทรวงสาธารณสุข
สวีหย่งกังเคยพาทีมมือฉมังออกปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือทำนองเดียวกันนี้มาหลายครั้งแล้ว ในสมัยที่ประจำในโรงพย