มเข้าผ่าตัดกันเลย!
โรคนี้ยิ่งรักษาได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งดี!”
หวงชิวอิ่งเอ่ยปลอบ
ซุ่ยจี๋เซิ่งพยักหน้ารับ หยิบปากกาเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อตน เซ็นชื่ออย่างรวดเร็ว!
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาชอบสวมเชิ้ตขาวใส่สูท เป็นยายแก่คนนี้ที่ซักเสื้อผ้าให้ตนเสมอ
เขาชอบเหน็บปากกาไว้ที่กระเป๋าเสื้อเสมอ
ตอนที่เซ็นชื่อ มือเขาค่อนข้างสั่น
เขากลัวว่าถ้าเซ็นชื่อครั้งนี้ไปแล้วในอนาคตจะไม่ได้เจอเธออีก
เขากลัวว่าในอนาคต ต่อให้ได้กินปลาตัวใหญ่เนื้อชิ้นโตคนเดียวก็คงไม่อร่อยแล้ว
ไม่ว่าพวกสาวใหญ่ในสังคมปักกิ่งจะงามสง่าแค่ไหนก็ยังสู้น้ำแกงสักชามที่ยายแก่ของบ้านตนเคี่ยวให้ไม่ได้!
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ซุยจี๋เซิ่งมักจะบ่นว่าภรรยาของตัวเองเสมอ
แต่ในเวลานี้ เขาเพิ่งจะค้นพบว่าชีวิตนี้ของตนสิ่งที่ตนหักใจทิ้งไม่ลงที่สุดไม่ใช่ลูก…
แต่เป็นยายแก่ที่ตนนึกเกลียดมาครึ่งค่อนชีวิตคนนี้
ชั่วขณะนั้น ซุยจี๋เซิ่งน้ำตาซึมอยู่บ้าง
เขาเช็ดน้ำตาแล้วพยักหน้าให้เฉินชาง
จากนั้นก็เดินออกจากห้องทำงานไป
หวงชิวอิ่งเห็นชายชราเป็นแบบนี้ก็ค่อนข้างสะเทือนใจ
ผู้เฒ่าผู้แก่ครองคู่กันมาจนถึงวัยชรา มีคู่ชีวิตเพียงคนเดียวเท่านั้น!
เฉินชางเฝ้ามองแผ่นหลังของชายชรา